จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

อีกก้าวหนึ่ง



เป็นอีกโครงการที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

จากแนวคิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ได้นำ “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” หรือ Community Policing ทฤษฎีตำรวจที่ถือกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกาจนประสบความสำเร็จในการลดคดีอาชญากรรมมาปฏิบัติ

ได้นำมาทดลองใช้ในประเทศไทยเมื่อปี 2539 ที่ชุมชนหลังวัดบางขุนนนท์ กทม. และได้มีการขยายใช้ต่อสมัยที่เป็น ผบช.ก.จนได้รับการบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ ตร. เมื่อปี 2555

โดยเฉพาะ“กก.6 บก.ป.”  ได้นำโครงการมาใช้ในพื้นที่ ชุมชนหัวทาง จ.สตูล ที่มีชุมชนไทยมุสลิมในพื้นที่จนได้รับการยอมรับจากพี่น้องมุสลิมว่าจะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และ “ตำรวจทางหลวง”  ได้นำมาปรับใช้ในพื้นที่ ชุมชนวัดส้มจีน จ.พระนครศรีอยุธยา จนทำให้คดีอาชญากรรมและยาเสพติดลดลงอย่างได้ผล

จนตำนานศิลปินเพลงเพื่อชีวิตคนดัง นายยืนยง โอภากุล หรือ “แอ๊ด คาราบาว” ได้แต่งเพลง “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” และถ่ายทำมิวสิกวีดิโอเพลงตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ที่ชุมชนวัดคุณหญิงส้มจีน เพื่อสนับสนุนแนวทฤษฎีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ หลังได้รับข้อมูลจากพี่น้องประชาชน

เปรียบเทียบเพลง “คนเก็บฟืน” กับโครงการกับพี่น้องในชุมชนว่า เพลงนี้จริงๆแล้วมีความหมายลึกซึ้งมาก  เพราะการที่เราตัดฟืนมาต้มน้ำ น้ำเดือดเรามาแบ่งกันกิน พวกเราทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน ก็เหมือนงานตำรวจผู้รับใช้ชุมชนที่พวกเราทุกคนร่วมมือลงทุนลงแรงกันและพวกเราทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน

เป็นโครงการเล็กๆที่ขยับจากแนวคิดที่หลายประเทศได้รับผลสำเร็จและเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย 

จากความตั้งใจ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ตลอดเวลากว่า 16 ปี เพื่อยืนยันทฤษฎีที่ให้ประโยชน์ชุมชน จากทฤษฎีที่ลด “ความหวาดระแวง” เพื่อให้เกิดความเชื่อใจ และร่วมกันดูแลชุมชนของตัวเอง อาศัยตำรวจที่มีใจรักอยู่ร่วมกับชุมชน รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ ประสานในสิ่งที่ชุมชนอยากได้

จนขณะนี้ได้ขยายโครงการจาก บช.ก.ไปทำต่อในพื้นที่ บช.ภ.3 ซึ่ง พล.ต.ท.เชิด ชูเวช ผบช.ภ.3 ได้นำโครงการนี้ไปใช้ในพื้นที่ภาคอีสาน

เป็นอีกก้าวหนึ่งของสิ่งดีๆ ที่เกิดจากประสบการณ์และความตั้งใจ.

สหบาท
โดย: สหบาท
29 มีนาคม 2556, 05:00 น.

รวมข่าวหน้า 1 วันที่ 25 มีนาคม 2556


บุกบ่อนแม่โห้รวบ 200 ผีพนัน




คอมมานโดกองปราบลุย 2 บ่อนท้องที่นครบาล ทั้งบ่อนแม่โห้ ซ.ปรีดีพนมยงค์ 10 จับกว่า 200 นักพนัน และบ่อนไฮโลโฮเทค ซ.อุดมสุข 25 'ผบ.ตร.'เผยบัญชาการเองหลังให้เวลากวาดล้าง ฮึ่มฟัน ผกก.คลองตัน-บางนาสังเวยกลุ่มแรก...
หน่วยคอมมานโดกองปราบปรามปฏิบัติการกระตุกหนวดนครบาล บุกทลายบ่อนพนันอมตะ “แม่โห้” ซอยปรีดีพนมยงค์ 10 กวาดนักเล่นชายหญิงไม่ต่ำกว่า 200 ชีวิต ของกลางจำนวนมากไล่เลี่ยกันยังเข้าค้นบ่อนไฮโลไฮเทคซอยอุดมสุข 25 จับนักพนันได้อีก  58 ราย นำเข้า บก.ป.ขยายผลหาเจ้ามือ เจ้าบ้านกลางดึก “อดุลย์ แสงสิงแก้ว” เผยบัญชาการสั่งเอง หลังประกาศให้ทุกพื้นที่กวาดบ้านจัดการแหล่งอบายมุขภายใน 7 วัน ก่อนส่งหน่วยอื่นเข้าซิวแทน ส่อแววเชือด 2 ผกก.โรงพักสังเวยกลุ่มแรกแล้ว

บุกทลายบ่อนอมตะชื่อดังคลองตัน  รวบผีพนันนับร้อยชีวิต เกิดขึ้นเมื่อเลา 22.00 น. วันที่ 23 มี.ค. พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  ผบ.ตร.  มอบหมาย  พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผบก.ปพ.บก.ป. พ.ต.ท.วีรปรัชญ์ วงศ์รัตน์ รอง ผกก.ปพ.บก.ป. นำกำลังหน่วยคอมมานโด 70 นาย บุกเข้าค้นบ้านเลขที่ 146/65 ซอยปรีดีพนมยงค์ 10 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. ซึ่งลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนันดัง รู้จักกันในชื่อ “บ่อนแม่โห้”

การจู่โจมเข้าทลายบ่อนพนันชื่อเก่าแก่ครั้งนี้ปลูกเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นติดกัน 3-4 คูหา กินพื้นที่ 80 ตารางวา ตัวอาคารดัดแปลงเป็นบ่อนการพนันบาคาร่า ไฮโล และไพ่แปดเก้า พบนักพนันชายหญิง 200 กว่าคน พยายามวิ่งหนีแตกตื่นกันอย่างโกลาหล กำลังตำรวจต้องคุมเชิงพร้อมตะโกนให้อยู่ในความสงบก่อนปิดประตูทางเข้าออกทุกช่องจนสามารถควบคุมนักเล่นได้เสียจำนวนไม่ต่ำกว่า 200 คน ของกลางเงินสด ชิปแลกเงิน อุปกรณ์การเล่นหลายรายการนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อลงบันทึกหาผู้รับเป็นเจ้าบ้าน และเจ้ามือเล่นการพนันต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เปิดเผยว่า  มีคำสั่งให้ทุกพื้นที่เร่งรัดปัดกวาดในเรื่องสถานบริการ บ่อนการพนัน ตู้ม้า ขนาดใหญ่ที่มีอยู่ในพื้นที่ไปแล้ว ประกาศชัดเจนว่า ให้เวลา 7 วันตำรวจทุกพื้นที่จะต้องกวดขันจับกุมแหล่งอบายมุขและสถานบริการขนาดใหญ่ในพื้นที่ จะปล่อยไว้ไม่ได้ หากพื้นที่ไหนปล่อยปละละเลยจะสั่งให้หน่วยกลางเข้าจับกุม เป็นหน้าที่ของ ผกก. หัวหน้าสถานีจะต้องรับผิดชอบ ถือเป็นความบกพร่อง เพราะช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาคิดว่ามากเกินพอแล้ว เรื่องแบบนี้ตำรวจหน่อมแน้มไม่ได้ ต้องจัดการปัดกวาดบ้านของตัวเองให้หมด ถ้าไม่ดำเนินการปล่อยให้หน่วยนอกเข้าไปจับกุมมีกำหนดมาตรการไว้อยู่แล้ว สำหรับ 2 โรงพักที่ถูกจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงผู้ที่รับผิดชอบ และจะต้องดำเนินการกับ ผกก.ที่ปล่อยปละละเลยให้พื้นที่มีบ่อนการพนัน



ล่าสุด มีรายงานเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการทลายบ่อนของคอมมานโดกองปราบครั้งนี้ ยังมีกำลังอีกชุดหนึ่งเข้าจับกุมบ่อนไฮโลไฮเทคอีก 1 จุด ในพื้นที่โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลางอีกจำนวนหนึ่ง

โดย: ทีมข่าวหน้า 1
24 มีนาคม 2556, 09:30 น.

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556

กองปราบจับยาบ้ายึดทรัพย์


        วันนี้ 25 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วรวุฒิคุณะเกษม ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.เอกพงษ์ พลมณี รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.ธนา มะลิงามสว.กก.3 บก.ป.แถลงข่าวจับกุม นายศักดา สุวะธรรม อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142หมู่ 6 ต.หนองไฮ อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ พร้อมของกลาง ยาบ้า 35 เม็ด เงินสด1,221,110 บาท กระติกน้ำ รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ทะเบียน กค 1596 อำนาจเจริญหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน 3 ฉบับ มูลค่าประมาณ 592,000 บาท บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทยยอด 49,500 บาท จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 324 หมู่ 3 บ้านนาอุดม ต.หนองไฮใหญ่อ.เสนางคนิคม เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา
                ทั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวนกก.3 บก.ป.สืบทราบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ลักลอบค้ายาบ้าโดยนำยาบ้ามาพักไว้ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนแน่ชัดก่อนขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ 55/2556 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2556เข้าตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งระหว่างการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ผู้ต้องหาได้พยายามถ่วงเวลาเจ้าหน้าที่พร้อมกับพยายามทำลายหลักฐานโดยนำยาบ้าไปละลายน้ำและเททิ้งไป อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางที่เหลือไว้ได้นอกจากนี้ได้ยึดอายัดทรัพย์สินต่างๆ ไว้เพื่อตราวจสอบที่มาที่ไป
                สอบสวน นายศักดา รับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดได้รับมาจากเอเย่นต์ชาวลาวรายหนึ่ง ส่วนเงินสดที่พบนั้นเป็นเงินที่จะต้องนำไปส่งให้เอเย่นต์คนดังกล่าวซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับยาบ้ามาจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ อ.เสนางคนิคมโดยทำมาแล้วประมาณ 9 เดือน
                ด้าน พ.ต.ท.เอกพงษ์ กล่าวว่าในระหว่างการเข้าจับกุมครั้งนี้ผู้ต้องหาพยายามประวิงเวลาไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในบ้านและนำยาบ้าไปละลายน้ำจนเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้นส่วนเงินสดที่ได้ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเป้เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่งดังนั้นสำหรับทรัพย์สินมีค่าต่างๆเจ้าหน้าที่ได้อายัดไว้ตรวจสอบทั้งหมด และหากพบว่าได้มาจากการกระทำความผิดก็จะยึดทรัพย์สินต่อไปทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีต่อไป

ขอขอบคุณ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันอังคารที่ 25 มีนาคม 2556
http://www.dailynews.co.th/crime/192920

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

โพสต์ภาพหนุ่มหล่อ อ้างสนิท"อัสนี-วสันต์" ตุ๋นเงินสาวนับล้าน


ชายรูปงาม การงานดี มีนามสกุลดัง แถมพ่วงท้ายด้วยการรู้จักใกล้ชิด สนิทสนมกับเหล่าเซเลบ

ใครมีคุณสมบัติครบถ้วนขนาดนี้ คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องกลายเป็นที่หมายปองของบรรดาสาวๆ ทั้งหลาย

"ชัยณรงค์ ฉิมนอก" หนุ่มร่างใหญ่วัย 29 ปี เองก็เห็นช่องทางในการฉกฉวยผลประโยชน์จากคุณสมบัติข้างต้น

ทั้งที่ตัวเองไม่มีอะไรที่ตรงตามนั้นสักอย่าง

แต่ว่าการสื่อสารในโลกออนไลน์ช่วยกลบปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร

เขาจึงเริ่มลงมือสมัครเข้าเป็นสมาชิกเว็บไซต์หาคู่แห่งหนึ่งที่ชื่อwww.jubkoo.comซึ่งสะดวกง่ายดายเป็นอย่างมาก

เนื่องจากเว็บดังกล่าวไม่ได้บังคับให้ลงทะเบียน ด้วยข้อมูลที่เป็นจริง

ชัยณรงค์จึงตั้งชื่อและนามสกุลเสีย ใหม่ว่า "เจนพิทักษ์ โสมนัสศิริวัฒนา ณ อยุธยา"

ส่วนหน้าที่การงานนั้นหนุ่มร่างใหญ่ก็ผุดไอเดียบรรเจิดว่า เป็นนักแต่งเพลงมือทอง ของบริษัทแกรมมี่ ค่ายเพลงชื่อดังของเมืองไทย

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะกล้าระบุว่า เขาคนนี้นี่เองคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ 2 พี่น้องศิลปินรุ่นใหญ่ชื่อคับประเทศ "อัสนี-วสันต์ โชติกุล"

ตบท้ายด้วยการโพสต์รูปชายหนุ่มรูปหล่อ ใช้เป็นภาพส่วนตัว

แล้วเหยื่อที่วางไว้ก็ใช้ได้ผลเป็นอย่างดี เพราะมีบรรดา "สมันสาว" หลงเข้ามาติดกับดักที่วางไว้จำนวนมาก

เมื่อทุกอย่างลงตัวตามแผนที่วางไว้ "เจนพิทักษ์ โสมนัสศิริวัฒนา ณ อยุธยา" ที่สาวๆ รู้จัก ก็ใช้ความสามารถทางคารม พูดคุยหลอกล่อจนเหยื่อตายใจ ให้ชายหนุ่มรูปงามซึ่งได้ยินเพียงแต่เสียง หยิบยืมเงินไปเป็นจำนวนมาก รวมแล้วไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาท

แต่ความลับก็ไม่มีในโลก เมื่อบรรดาเหยื่อสาวเริ่มระแวงหนุ่มรูปงามนามสกุลดัง เพราะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้พบหน้าค่าตาสักที

แถมหลังจากขอยืมเงินไปแล้วก็เริ่มห่างหายการติดต่อไป

กระทั่งรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงอย่างแน่ นอน จึงเข้าแจ้งความต่อกองปราบปราม เมื่อเดือนสิงหาคมปีกลาย

แล้วทั้งหมดก็ถึงบางอ้อ เพราะมีเพื่อนร่วมชะตากรรมตกเป็นเหยื่ออีกหลายราย

ผู้เสียหายทั้งหมดให้ข้อมูลว่า รู้จักกับนายเจนพิทักษ์ โสมนัสศิริวัฒนา ณ อยุธยา ผ่านทางเว็บไซต์หาคู่ดังกล่าว

เมื่อเห็นภาพของหนุ่มรูปงามนามสกุลดัง ประกอบกับประวัติส่วนตัวที่น่าหลง ใหล จึงติดต่อพูดคุยกันผ่านโปรแกรมแช็ต

จนแลกเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกันจนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ

โดยหนุ่มจอมตุ๋นอ้างว่า ครอบครัวมีฐานะร่ำรวย และกำลังลงทุนในธุรกิจทางดนตรี แต่ติดปัญหาเพราะอยู่ที่ต่างประเทศ ทำให้มีความวุ่นวายมากหากต้องโอนเงินข้ามประเทศ จึงออกปากขอหยิบยืนเงินบรรดาเหยื่อ

ด้วยความที่ติดต่อกันมาระยะหนึ่งแล้ว เหยื่อทั้งหมดจึงหลงเชื่อโอนเงินไปให้จอมตุ๋นคนละหลายหมื่นบาท

บางรายหลงเชื่อจนต้องสูญเงินไปเป็นล้าน

หลังรับทราบข้อมูลทั้งหมด พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผกก.3 และพ.ต.ต.สมโภชน์ เข็มเพ็ชร์ สว.กก.3 ก็จัดทีมสืบสวน

เมื่อเจาะลึกเข้าไปจึงทราบว่า นายเจนพิทักษ์ โสมนัสศิริวัฒนา ณ อยุธยา รวมถึงข้อมูลที่กล่าวอ้าง ล้วนแต่เป็นเรื่องที่อุปโลกน์ขึ้นมา

โดยตัวตนที่แท้จริงของหนุ่มรูปงามนามสกุลดังนี้คือ นายชัยณรงค์ ฉิมนอก อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/17 ซอยชุมชนหัวโค้ง 2 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ

หลังได้หลักฐานทั้งหมดครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติหมายจับจากศาล ก่อนเข้าตะครุบตัวนายชัยณรงค์ได้ ที่ลานจอดรถอพาร์ตเมนต์ธาราการ์เด้น ภายในซอยรามคำแหง 164 แขวงและ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ในวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา

ทันทีที่ถูกควบคุมตัวนายชัยณรงค์ถึงกับหน้าถอดสี แต่ยังให้การภาคเสธว่า ไม่ได้เป็นนักต้มตุ๋นตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่าขอยืมเงินบรรดาสาวๆ ที่ติดต่อกันจริง

นายชัยณรงค์ให้การว่า มีอาชีพเป็นนักดนตรี เล่นอยู่ตามผับต่างๆ

เรื่องของเรื่องที่โพสต์ข้อมูลปลอมไว้ในเว็บไซต์ เพราะต้องการรู้จักคบหากับบรรดาหญิงสาว

รายใดเริ่มสนิทก็จะยอมเปิดเผยตัวตนภายหลังว่าไม่ได้เป็นคนที่ได้โพสต์รูปไว้ในเว็บไซต์

หากใครต้องการคบหากันต่อไปก็จะนัดพบกัน

ส่วนเหตุที่ต้องหยิบยืมเงินนั้น เพราะต้องการนำไปลงทุนทำร้านอาหาร ใน ย่านรามคำแหง ซึ่งมีคนที่โอนเงินมาให้ประมาณ 10 ราย แต่ละคนจะหยิบยืมเงินหลักหมื่นถึงแสนบาท

นายชัยณรงค์ยังกล่าวขอโทษผู้เสียหายทั้งหมด พร้อมระบุว่า จะคืนเงินทุกบาทให้เหยื่อทุกคน

แม้ผู้ต้องหาจะยอมชดใช้เงินที่หลอกลวงมาทั้งหมด ก็ยังหนีโทษทัณฑ์ตามกฎหมายไปไม่พ้น ต้องเข้าไปชดใช้ความ ผิดตามขบวนการยุติธรรมต่อไป
ขอขอบคุณ : ธานี ทวีเกิด เรื่อง/ภาพ หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 18 มีนาคม 2556

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

โดนอีก 5 ปี 4 ด. กำนันเป๊าะคอตก ทุจริตเขาไม้แก้วยันไม่ยื่นย้ายคุก

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556

เข้าๆออกๆไทย 7 ปี จับ 'เป๊าะ' ป.สะกดรอยจาก รพ.

ขอขอบคุณ หนังพิมพ์ ข่าวสด ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2556

รวบตัวกำนันเป๊าะ

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จดการรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ตำรวจดียังมีอีกเยอะ


คงจะเป็นอย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ย้ำอีกครั้งว่า การจับตัวกำนันเป๊าะ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

"ส่วนตัวคิดว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนไหนที่ทำงานบกพร่องหรือละเลย มีแต่จะชื่นชม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งได้ดำเนินการตามหมายจับของศาล"

ก็คงเป็นไปตามนั้นจริงๆ เพราะตำรวจก็ยืนยันว่า เรื่องนี้ได้รับเบาะแสจากประชาชน ก็เลยส่งตำรวจไปเฝ้ากว่า 2 เดือนแล้ว จนแน่ใจว่า นี่คือ กำนันเป๊าะตัวจริง

ดูอาการที่ ร.ต.อ.เฉลิม ชื่นชม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มากขนาดนี้ ก็น่าสนใจว่า นายตำรวจผู้นี้มีเส้นทางเดินอย่างไร

พลิกไปดูประวัติก็พบว่า เป็นคนสมุทรสาคร จบระดับมัธยมศึกษาที่นั่น เข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 15 โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน

ดูประวัติการศึกษาแล้วก็ยิ่งน่าสนใจ หลังจากจบนายร้อยตำรวจก็ไปจบปริญญาโทรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แล้วก็ไปจบหลักสูตรผู้บริหารงานตำรวจจากอีกหลายที่หลายแห่ง

เป็นนายตำรวจมือปราบ และเก่งในเรื่องสืบสวนสอบสวน ทำคดีใหญ่ๆ มามากมาย ทั้งยาเสพติด และคดีฉ้อโกงระดับชาติ

ที่โดดเด่นก็คือช่วงอยู่ในตำแหน่ง ผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม หรือที่ในวงการเรียกขานตามขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ว่า "ผู้กำกับประเทศไทย" ได้จัดตั้ง "หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์" โดยการนำหลักวิชาการมาใช้ในการสืบสวน เพื่อรองรับเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่

หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์ ที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ตั้งขึ้นนี้ถือได้ว่าเป็นหน่วยงานแรกของเอเชีย

ไม่ใช่แค่นั้นพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ยังได้ริเริ่ม ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ตามทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน (Community Policing) ซึ่งเป็นทฤษฎี/หลักการทำงานของตำรวจสหกรัฐอเมริกา

ชัดเจนว่า นายตำรวจที่มากฝีมือซุกซ่อนอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีอีกเยอะ

พวกเขามุ่งมั่นทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพียงแต่ว่าหลายคนยังไม่มีโอกาสเติบโตจนถึงขั้นผู้บริหาร ผิดกับอีกหลายคนที่เลือกยืนเป็น "สนลู่ลม" การเมืองไปทิศใดก็พร้อมที่ลู่เอนตาม

ที่ผ่านมาเรามักเห็นคนจำพวกหลังนี้ที่ได้ดิบได้ดี
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ออนไลน์ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556
คอลัมภ์  ทางข่าว โดยศรายุทธ สายคำมี sarayut@nationgroup.com
http://www.komchadluek.net/detail/20130202/150818/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B0.html

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ผ่าอาณาจักร 'คุณปลื้ม' ก่อนถึงนาที 'เด็ดปีก' กำนันเป๊าะ

ขอขอบคุณ หนังสือ เนชั่นสุดสัปดาห์

จับเป๊าะสะเทือนปู


ขอขอบคุณ หนังสือ โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556

จับ 'กำนันเป๊าะ' พิสูจน์กระบวนการยุติธรรม

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันอังคารที่ 5 กุภาพันธ์ 2556


ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ Bangkok Post ฉบับวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556

เปิดเบื้องหลังแกะรอยรวบ"กำนันเป๊าะ"ปิดตำนานเจ้าพ่อเมืองชล

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันพุธที่ 30 มกราคม 2556

รวบตัว กำนันเป๊าะ

ขอขอบคุณ Kapook.com 

คุก 25 ปี ! กำนันเป๊าะ - สท.เหี่ยว จ้างวานฆ่า

ขอขอบคุณ คมชัดลึกออนไลน์ วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556

"กำนันเป๊าะ" นอนคุกคืนแรก ญาติห่วงอาการหยุดหายใจขณะหลับ

ขอขอบคุณ tnews.teenee.com

ผบ.เรือนจำกรุงเทพหวั่นย้ายกำนันเป๊าะไปชลบุรีกระทบสุขภาพ

ขอขอบคุณ THAIZA.com

วิถี! กำนันเป๊าะนักเลงหัวใจเถ้าแก่

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556
ขอขอบคุณ บล็อกใต้ร่มธงไทย วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ Bangkok Post ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2556

พลิกปูมคดี'ซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว-จ้างฆ่ากำนันยูร'ชนวนเด็ดปีก'กำนันเป๊าะ'เจ้าพ่อตะวันออก

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556

มาตรฐานอินเตอร์ ปฏิบัติการรวบ 'เป๊าะ'

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ มติชน ฉบับวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556

เจาะปฏิบัติการเหนือเมฆ เด็ดปีกเจ้าพ่อ

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ M2F ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2556

กำนันเป๊าะ ปิดตำนานเจ้าพ่อคนสุดท้าย




กะเทาะเปลือก พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.ปพ.บก.ป.

 
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์  สยามรัฐ ฉบับวันอาทิตย์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

แผนที่ชีวิตตำรวจ



ตำรวจ เป็นข้าราชการที่ต้องสัมผัสกับประชาชนโดยตรง

ดังนั้น การกระทำของตำรวจ ทั้งดีและไม่ดี จะส่งผลกระทบ ต่อประชาชน ต่อสังคม และต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ เมื่อใดก็ตามที่มีข่าวตำรวจกระทำผิด จะเป็นที่สนใจของประชาชนสังคม และถูกจดจำอยู่ในความรู้สึกของประชาชนอยู่เป็นเวลานาน

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ได้พยายามใช้เทคนิค วิธีป้องกันตำรวจกระทำผิด

โดยมองว่า ที่ผ่านมาตำรวจไม่ได้รับการปลูกฝังเทคนิควิธีให้รู้จักวิธีคิด วิธีการวางแผนชีวิต และการกำหนดเป้าหมายรวมถึงการทำงานในอาชีพตำรวจอย่างถูกต้อง จึงมักนำไปสู่พฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากประมวลจริยธรรมของตำรวจ จนถึงกระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

จึงได้ริเริ่มให้มี “โครงการป้องกันพฤติกรรมเบี่ยงเบน ของข้าราชการตำรวจสังกัด บช.ก. (Police Deviance Prevention Project หรือ PDP)”

เพื่อป้องกันมิให้ตำรวจมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากประมวลจริยธรรมของตำรวจ จนถึงกระทำผิดกฎหมาย

โดยกำหนดให้ฝึกอบรมข้าราชการตำรวจสังกัด บช.ก. ระดับรองสารวัตร และสารวัตร เข้าฝึกอบรมการเขียนแผนชีวิต กำหนดเป้าหมายและวิธีการทำงานในอาชีพตำรวจให้รู้จักการทำแผนที่ชีวิต

เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงเป้าหมายที่จริงของชีวิต เพราะเชื่อว่าตำรวจทุกคนล้วนมีเป้าหมายชีวิตที่ดี มีความต้องการที่จะทำดี แต่ตำรวจที่ไปกระทำผิดนั้น มาจากสถานการณ์เฉพาะหน้า การตัดสินใจชั่ววูบที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ

หากได้ทำแผนที่ชีวิตตัวเองไว้ จะเป็นสิ่งเตือนใจให้ ทุกคนไม่หลงไปกระทำนอกลู่นอกทาง อันจะทำให้ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จ ไม่สามารถเดินไปถึงเป้าหมายตามแผนที่ชีวิตของตนเอง

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.เมื่อมีโอกาสพูดคุยกับข้าราชการตำรวจ บช.ก. จะสอบถามถึงแผนที่ชีวิต เพื่อเป็นการสุ่มตรวจ พร้อมให้คำแนะนำการดำเนินชีวิต ถ่ายทอดประสบ– การณ์ชีวิตทั้งในแง่ดีและไม่ดีแก่ลูกน้องทั้งหลาย

เป็นเครื่องเตือนสติ ไม่ให้หลงผิด ดำเนินชีวิตผิดทาง

อันจะนำไปสู่การกระทำผิดในที่สุด!!!

ขอขอบคุณ คอลัมภ์  ส่องตำรวจ โดย  สหบาท หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 25 ก.พ. 2556
http://www.thairath.co.th/column/region/policeshine/328650


เจาะข่าวเด่น (เบื้องหลังการจับกุมกำนันเป๊าะ) 1 กุมภาพันธ์ 2556




วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เปิดใจหัวหน้าชุดจับกุม "กำนันเป๊าะ"



เปิดใจหัวหน้าชุดจับกำนันเป๊าะ!



วอยซ์ทีวี มีโอกาสได้เปิดใจ "พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล" ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม หัวหน้าชุดจับกุม นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ ผู้มีอิทธิพลในภาคตะวันออก และผู้ต้องหาหลบหนี คดีศาลฎีกา 2 คดี ซึ่งปฏิบัติการนี้ต่างได้รับเสียงชื่นชมจากคนในสังคม โดยเขายอมรับ เบาะแสจาก          โซเซียล เน็ตเวิร์ค เป็นข้อมูลสำคัญ ที่นำไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการอดทนเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเป้าหมาย ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

เป็นคำบอกเล่าถึงวิธีการจับกุม นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ ผู้ต้องหาตามหมายจับ หนีคำพิพากษาศาลฎีกา คดีทุจริตซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว จังหวัดชลบุรี โทษจำคุก 5 ปี 4 เดือน และหนีคำพิพากษาศาลฎีกาคดีจ้างวานฆ่า นายประยูร สิทธิโชติ อดีตกำนัน ตำบลท่าเสม็ด จังหวัดชลบุรี ตัดสินจำคุก 25 ปี รวมโทษจำคุกทั้ง 2 คดี 30 ปี 4 เดือน หลังหลบหนีนานเกือบ 7 ปี

หัวหน้าทีมสืบสวนจับกุมนายสมชาย ใช้เบาะแสจากโซเซียล เน็ตเวิร์ค เป็นจิ๊กซอร์สำคัญในการสืบสวนครั้งนี้ โดยเฉพาะ Clip วิดีโองานฉลองวันคล้ายวันเกิดนายสมชาย เมื่อปีที่แล้ว ที่มีการโพสต์ผ่านเว็บไซต์ชื่อดัง และการแสดงความคิดเห็น บวกกับจดหมายแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ และการลงพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหว

ตำรวจยอมรับว่า ข้อมูลจากการโพสต์ข้อความและการแสดงความเห็นในโซเซียล เน็ตเวิร์ค เป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายคดี ซึ่งนักสืบ ต้องใช้ประโยชน์จากเบาะแสเหล่านี้ มาประกอบกับข้อมูลการสืบสวน และหลายคดีที่นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา เช่นคดีฉ้อโกง ล้วนเป็นผลจากเทคโนโลยีการสื่อสารที่ขณะนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของคนปัจจุบัน

ความสำเร็จในปิดแฟ้มคดีผู้มีอิทธิพลครั้งนี้ ทำให้ ชื่อพันตำรวจเอกอธิป เป็นที่รู้จักเพียงชั่วข้ามคืน เขาจบนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 46 ปัจจุบันเป็นผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ ก่อนหน้านี้เป็นผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม ซึ่งย้ายมาจากพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยเขายอมรับว่า ใช้ชีวิต กินและนอน เกือบตลอด 24 ชั่วโมงอยู่ที่ทำงาน กิจกรรมที่ชอบคือการถ่ายภาพ และท่องข้อมูลในโลกโซเซียล เน็ตเวิร์ค

ขอบคุณที่มา  news.voicetv.co.th และ sanook.com

"ผกก.อธิป"มือปราบเป๊าะ ตากล้องมือฉมัง คลิกเน็ตค้นห้องสมุดโลก




คอลัมน์ ถอดเครื่องแบบ โดย ชินวัฒน์ แพทยานนท์ วันที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1360425205&grpid=03&catid=19&subcatid=1905

"ถอดเครื่องแบบ" สัปดาห์นี้ แวะเวียนมาที่กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม หรือ "คอมมานโด" นั่งจับเข่าคุยผู้กำกับสุดฮอต พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.ปพ.บก.ป. หรือ ผกก.ธิป นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 46 ผู้อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังการจับกุมนายสมชาย คุณปลื้ม หรือ "กำนันเป๊าะ" ในไลฟ์สไตล์วันสบายๆ

ผกก.ธิป เล่าว่า ปกติไม่ค่อยมีเวลาว่าง ทำงานวันละ 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน ลงพื้นที่ต่างจังหวัดบ้าง หรือไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง อย่างเคสจับกุมกำนันเป๊าะลงพื้นที่ จ.ชลบุรี นานต่อเนื่องถึง 2 เดือน ไม่ได้กลับบ้านเลย แต่ถ้าหากไม่ได้ลงพื้นที่ ปกติจะกินนอนอยู่ที่ทำงานแทบทุกวัน

"หากมีเวลาว่างผมจะไปวิ่งออกกำลังกายบ้าง หรือปั่นจักรยานบ้าง ที่สนามฟุตบอลกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเช้าเวลา 05.00-06.00 น. วันเสาร์และวันอาทิตย์ ทั้งวิ่งทั้งปั่นจักรยานรวมกัน วันละประมาณ 20 กิโลเมตร จะมีบ้างบางครั้งที่เปลี่ยนบรรยากาศไปออกกำลังกายที่สวนรถไฟ เพราะมีก๊วนประจำอยู่" ผกก.ธิปเกริ่น

ส่วนกีฬาสุดโปรดของ ผกก.คอมมานโด คือการยิงปืน "หากว่างจะไปซ้อมยิงปืนเป็นประจำ ที่สนามยิงปืน บก.ป. การยิงปืนเป็นการฝึกใช้อาวุธป้องกันตัว ฝึกสมาธิ แต่ในสถานการณ์จริง ผมจะไม่ใช้ปืนยิงพร่ำเพรื่อ นอกจากสถานการณ์คับขันหรือจวนตัว เพราะหากกระสุนออกจากกระบอกปืนเมื่อไหร่จะมีการสูญเสียเกิดขึ้นแน่นอน"

จบจากโหมดกีฬา ผกก.คอมมานโด พาคู่สนทนาวกเข้าหัวข้องานอดิเรกที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ คือ การถ่ายรูป ซึ่งเจ้าตัวศึกษาอย่างจริงจัง และสะสมกล้องไว้หลายตัว

"ผมชื่นชอบเรื่องการถ่ายภาพ ชอบใช้กล้องยี่ห้อนิคอน (NIKON) เพราะชอบโทนสี ถ่ายภาพวิวออกมาสีจะเด่นสวยมาก ผมเล่นกล้องมาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ยุคนั้นยังใช้กล้องฟิล์มอยู่ อาทิ รุ่น FM2, FE2, F3 แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้กล้องดิจิตอล DSLR แทน ใช้รุ่น D3000" ผกก.ธิปเล่าปนยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมแง้มว่า

"กำลังคิดจะซื้อกล้องสเปกสูงๆ ระดับโปรสักตัว แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าคงไม่ค่อยมีเวลาเที่ยวเล่นถ่ายรูปเท่าไหร่เลยยังไม่ตัดสินใจซื้อ"

นอกจากนี้ ผกก.ธิป ยังนำเทคนิคการถ่ายภาพมาใช้ในงานสืบสวนด้วย "การถ่ายภาพมีประโยชน์ต่องานสืบสวน ผมมีเลนซูมเทเล 400 มิลลิเมตร ใช้ถ่ายภาพระยะไกลในงานสืบสวนได้ เช่น การเฝ้าจุด การสะกดรอยคนร้าย ต้องใช้กล้องที่มีเลนส์ซูมระยะไกลเป็นกิโลเมตร เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ซึ่งปกติผมจะถ่ายภาพเองแทบทุกครั้ง"

ครั้นถามถึงเทคนิคการถ่ายภาพ ผกก.ธิป บอกว่า การถ่ายภาพเป็นศาสตร์และศิลปะอย่างหนึ่ง การถ่ายภาพจะต้องรู้พื้นฐานก่อน ส่วนมุมมองของรูปที่จะออกมา ขึ้นอยู่กับศิลป์และอารมณ์ของแต่ละคน

กระทบไหล่มือโปรทั้งที เลยถามถึงผลงานสุดประทับใจ ผกก.ธิป หยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า "ภาพที่สวยที่สุดผมมองว่าไม่มี เพราะทุกภาพที่ถ่ายมา สวยทุกภาพอยู่แล้ว ถ้าเราใช้อารมณ์ศิลปะในการมอง ภาพก็จะออกมาสวยสำหรับเรา ผมมองว่าภาพจะออกมาสวยหรือไม่ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนมากกว่า เพราะแต่ละคนมีมุมมองไม่เหมือนกัน

"โลกนี้มีอยู่ 3 สิ่ง การสร้างสรรค์ การปกป้อง และการทำลาย การถ่ายภาพเป็นงานสร้างสรรค์ สร้างโลกให้สวยงาม ถ้าภาพถ่ายออกมาดี คนจะชอบเยอะ สังเกตได้จากในเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม หากภาพสวยคนจะเข้าไปกดไลค์เยอะ อย่างที่โบราณเขาบอกไว้ว่า ภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดเป็นล้านคำได้"

ฟังคำตอบทำให้รู้ว่า ผกก.คอมมานโด ก็มีอารมณ์ศิลป์ไม่เบา!!

นอกจากนี้ ผกก.ธิป บอกด้วยว่า ในเวลาเร่งรีบ บางครั้งจะใช้กล้องมือถือถ่ายรูปด้วย เทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาไปไกลมาก แค่กล้องมือถือก็ถ่ายภาพได้ชัดมาก โดยเฉพาะกล้องโทรศัพท์ไอโฟน5 ถ่ายภาพออกมาสวยมากทีเดียว ยิ่งถ้าใช้แอพพลิเคชั่นตกแต่งรูปด้วยแล้ว จะได้ภาพหลายมุมมองและต่างมิติออกไปด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ผกก.ธิป ยังเป็นนักท่องโลกไซเบอร์ และเป็นนักสืบทางอินเตอร์เน็ตด้วย

"ผมมองว่าการเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นคลังความรู้ของโลก เป็นคลังห้องสมุดโลก การท่องโลกอินเตอร์เน็ตก็เหมือนการเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุดโลก ค้นคว้าหาข้อมูลสิ่งต่างๆ ที่เราอยากรู้ เช่น เรื่องกำนันเป๊าะ ผมใช้เทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่ ตามเทคนิคของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ค้นคว้าหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ตนำมาวิเคราะห์ เพราะทุกเรื่องจะมีฐานข้อมูลอยู่ในอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว ปัจจุบันเทคโนโลยีสำคัญมาก เมื่ออาชญากรพัฒนามากขึ้น เราก็ต้องพัฒนาให้เหนือกว่าอาชญากรให้ได้ ไม่เช่นนั้นตำรวจจะไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้เลย"

และแม้ว่า ผกก.ธิป จะเป็นนายตำรวจที่คร่ำเคร่งกับงาน หากแต่บั้นปลายชีวิตหลังเกษียณ เจ้าตัวบอกว่า อยากจะนั่งชิลๆ เล่นคอมพิวเตอร์ที่สเปกแรงๆ สักเครื่อง ทำงานตกแต่งภาพ ตัดต่อหนัง ครีเอตงานศิลปะต่างๆ อยู่ที่บ้าน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

เปิดเบื้องหลังแกะรอยรวบ "กำนันเป๊าะ" ปิดตำนานเจ้าพ่อเมืองชล วันพุธที่ 30 มกราคม 2556 เวลา 17:55 น.



กองปราบฯรวบกำนันเป๊าะ ปิดตำนานเจ้าพ่อเมืองชล



วันนี้ ( 30 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังการจับกุมตัวนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ เจ้าพ่อเมืองชล ผู้กว้างขวางแห่งภาคตะวันออก ว่าตำรวจกองปราบฯ ใช้วีธีการสืบสวนจากรถยนต์ของกำนันเป๊าะที่บ้านพักจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 40 คัน แต่รถเล็กซัสคันที่ใช้เป็นพาหนช่วงถูกจับกุม เพิ่งเข้าบ้านพักที่ จ.ชลบุรีได้ 3 วัน นอกจากนี้ ก็มีกระแสข่าวลือว่า ในงานวันเกิดของกำนันเป๊าะ ซึ่งจัดภายในบ้านพักที่ จ.ชลบุรี ทางกำนันเป๊าะได้ปรากฏตัวภายในงานด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เจาะข้อมูล กระทั่งพบว่ากำนันเป๊าะมารักษาตัวที่รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ จึงได้สะกดรอยตามมา จนกระทั่งแน่ใจว่ามีบุคคลในรถเป็นกำนันเป๊าะจริง จึงชาร์ตเข้าจับกุมทันที

สำหรับการจับกุมกำนันเป๊าะครั้งนี้ เปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา11.00 น. วันที่ 30 ม.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม (คอมมานโด) นำโดย พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.ปพ.บก.ป. พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รองผกก.พร้อมเจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะได้และนำตัวมากองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม (กก.ปพ.บก.ป.)ที่ย่านโชคชัยสี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่กองกำกับการดังกล่าวทันที เมื่อไปถึงพบกำนันเป๊าะนั่งอยู่ภายในห้อง สวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อต กางเกงขาสามส่วนสีน้ำตาล รองเท้าแตะ โดยมีเจ้าหน้าที่คอมมานโดควบคุมตัวอย่างใกล้ชิดและเข้มงวด


ด้านพ.ต.อ.อธิป แท่นนิล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนแจ้งเบาะแสให้กับทางพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ว่า กำนันเป๊าะยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศไทย และใช้ชีวิตเยี่ยงประชาชนทั่วไป แม้จะมีหมายจับก็ตาม ทำให้ทางพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์สั่งการไปยังพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป ซึ่งได้สั่งการมายังตนลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว จนกระทั่งช่วงเวลา 10.30 น. ในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่พบตัวกำนันเป๊าะเดินทางมาด้วยรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อเล็กซัส สีดำทะเบียน 9579 กรุงเทพฯที่ด่านเก็บเงินลาดกระบัง ถนนมอเตอร์เวย์ขาออก แขวงและเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ จึงได้เรียกรถหยุดพร้อมแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นภายในรถ พบกำนันเป๊าะนั่งอยู่ พร้อมด้วยคนขับรถและญาติ อยู่กัน 3 คน ซึ่งกำนันเป๊าะมีหมายจับศาลอาญาที่ 324/2555 วันที่ 14 มี.ค. ฐานร่วมกันใช้ จ้างวานให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และนำตัวมาที่กก.ปพ.บก.ป.

นอกจากนี้ ยังพบว่ากำนันเป๊าะเป็นจำเลยศาลจังหวัดชลบุรีในคดีเกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อที่ดินสาธารณะตำบลเขาไม้แก้ว จังหวัดชลบุรี อีกคดีหนึ่ง ทั้งนี้ขณะจับกุมนายสมชายรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับจริง แต่ไม่ขอให้การในทางคดี


จากนั้นเมื่อเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ค้นรถของกำนันเป๊าะ เบื้องต้นพบว่าใต้เบาะฝั่งคนขับ พบซองใส่กระสุนลูกซองเบอร์ 9 จำนวน 5 นัด นอกจากนี้ท้ายกระโปรงรถยังพบถุงยาเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นยาประเภทความดันและเบาหวาน ทั้งนี้พบว่าก่อนจะถูกจับกุมครั้งนี้ กำนันเป๊าะเดินทางไปรักษาตัวที่รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ โดยใช้ชื่อปลอมว่า นายกิม แซ่ตั้ง โดยเข้ารักษาเมื่อช่วงเวลา 08.15 น.ของวันเดียวกันนี้ จากใบเสร็จรับยาพบว่า ค่าตรวจรักษาทั้งหมด 28,786.23 บาท


ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่นำตัวนายสมชาย คุณปลื้มออกจากกองกับการ โดยเมื่อนำออกมา กำนันเป๊าะมีสีหน้าสลด ดวงตาแดงกร่ำ สื่อมวลชนพยายามสัมภาษณ์สอบถามความรู้สึก แต่กำนันเป๊าะไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด และเดินขึ้นรถที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ขับออกไป โดยมีรถฉลามบกของกองปราบปรามนำขบวนหน้าและรถตู้ของเจ้าหน้าที่คอมมอนโดปิดหลัง เพื่อนำตัวส่งศาลอาญารัชดาภิเษก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



สำหรับกำนันเป๊าะนั้น หลบหนีคดีที่ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกในคดีทุจริตที่ดินเขาไม้แก้ว จ.ชลบุรี และคดีจ้างวานฆ่า นายประยูร สิทธิโชติ หรือ กำนันยูร ซึ่งศาลได้ตัดสินให้มีความผิดและกำนันเป๊าะได้หลบหนีไปจนกระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว
ขอขอบคุณ  หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์    http://www.dailynews.co.th/crime/181557

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

กองปราบปล่อยแถวตร.กวาดล้างอาชญากรรมช่วงปีใหม่


กองปราบปล่อยแถวตร.กวาดล้างอาชญากรรมช่วงปีใหม่

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2555 เวลา 14:55 น.
วันนี้ ( 15 ธ.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.เป็นประธานปล่อยแถวกำลังตำรวจ บก.ป.เพื่อออกกวาดล้างอาชญากรรม และยาเสพติด ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ โดย พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้มอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่ให้เน้นการกวาดล้างอาชญากรรมในช่วง เทศกาลปีใหม่ นั้น ทาง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ได้สั่งการให้ตน จัดเตรียมกำลังตำรวจ บก.ป.เพื่อดำเนินการตามนโยบาย เนื่องจากช่วงเทศกาลดังกล่าว ประชาชนจำนวนมากจะเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน ซึ่งอาจเปิดช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุลัก วิ่ง ชิง ปล้น ได้ง่าย เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงกำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชา จัดกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจออกปฏิบัติการร่วมกับตำรวจท้องที่ต่างๆ โดยตรวจทั้งเคหะสถาน บริษัท ห้างร้าน สถานบริการต่างๆ เป็นไปตามนโยบายผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ สามารถประสานกับตำรวจ บก.ป.ได้ นอกจากนี้เรายังมีโครงการ "ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน" ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนอุ่นใจในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้อีกด้วย
 http://www.dailynews.co.th/crime/172558

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

จัดงานหยุดยั้งการลักลอบค้าสัตว์ป่า

 
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2555 เวลา 14:06 น.
http://www.dailynews.co.th/thailand/170598



            เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (4 ธ.ค.) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ  ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ  นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ  ประธานมูลนิธิฟรีแลนด์ (Freeland)  ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เครือข่ายอาเซียนเว็น กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา และองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID)  จัดโครงการรณรงค์ เพื่อหยุดยั้งการลักลอบค้าสัตว์ป่าใกล้สูญพันธ์ในภูมิภาคเอเชีย หรือโครงการอาเรส (ARREST) โดย มีนายดำรง พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมด้วย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายอิทธิพล บุญอารีย์ ตัวแทนท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และตัวแทนหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประมาณ  200  คน
             นายไกรศักดิ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อหยุดยั้งการลักลอบค้าสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ใน ภาคเอเชีย ทั้งนี้ การลักกลอบค้าสัตว์ป่าถือเป็นธุรกิจผิดกฎหมายที่มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ ดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นภัยคุกคามระบบนิเวศวิทยาของทวีปเอเชีย เพราถือว่าเป็นการปล้นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าไปจากระบบนิเวศ นอกจากนี้ ขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่รวมตัวกันจนเป็นเครือข่ายที่แข็งแกร่งได้เพิ่ม ความยากลำบากในการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ และเสี่ยงต่อการกระจายเชื้อโรคจากสัตว์สู่มนุษย์  ขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าใกล้ศูนย์พันธุ์ชนิดต่างๆ จะขนส่งลำเลียงข้ามประเทศ และขายป้อนตลาดมืดทั่วโลก ดังนั้น การรับมือกับปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระดับภูมิภาคในการ แก้ปัญหาต่อไป
ขณะที่นายดำรง กล่าวว่า ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่พัฒนาไปมาก ใช้วิธีตบตาเจ้าหน้าที่ที่แยบยล และมาในรูปแบบใหม่ๆ ทำให้ยากต่อการจับกุม  เช่น รูปแบบมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ป่า แต่แท้จริงแล้วกลับลักลอบค้า เป็นต้น ทั้งนี้ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาขณะตนดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอทยานฯได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อ หยุดยั้งการลักลอบค้าสัตว์ป่า ซึ่งก็สามารถจับได้แทบทุกวัน โดยเฉพาะที่ตลาดนัดสวนจตุจักร  ทั้งนี้ ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องของสัตว์ป่าเท่าที่ควร สุดท้าย ขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ช่วยกันป้องกัน หยุดยั้งการลักลอบค้าสัตว์ป่า ปัจจุบันสัตว์ป่าหายากเต็มทน การเอาสัตว์ป่ามาเลี้ยงดูเรามีความสุข แต่สัตว์เป็นทุกข์ และยังถูกทำเป็นอาหารอีก
              ด้าน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางจะเก็บข้อมูลและจัดให้มีป้ายโฆษณาเพื่อรณรงค์ หยุดยั้งลักลอบค้าสัตว์ป่า และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  พร้อมของบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อให้การหยุดยั้งมีประสิทธิภาพมากขึ้น  นอกจากนี้  มีผลวิจัยออกมาว่า 33 เปอร์เซ็นต์ ของเด็กที่ชอบทรมานสัตว์ เมื่อโตขึ้นจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากร ดังนั้น จึงขอฝากเตือนผู้ปกครองเด็กอย่าปล่อยละเลยให้ลูกหลายทารุณกรรมสัตว์
              ขณะที่ นายอิทธิพล กล่าวว่า สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น มีเครื่องเอกซเรย์ไว้สำหรับสแกนหาสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งสแกนตัวผู้โดยสาร และสัมภาระ ที่ผ่านมาก็สามารถสแกนหาสัตว์ป่าที่ถูกลักลอบนำเข้า หรือส่งออกได้ เป็นการช่วยยับยั้งการลักลอบค้าสัตว์ป่าอีกทางหนึ่ง
             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากจะมีการจัดโครงการรณรงค์ดังกล่าวแล้ว ยังมีพิธีลงนามความร่วมมือเรื่องการต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่า ระหว่างสมัชชารัฐสภาอาเซียนและโครงการอาเรส โดยมูลนิธิฟรีแลนด์ อีกด้วย...

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

"ย้ำการสืบสวน"


"ย้ำการสืบสวน"

บช.ก.เป็นอีก บช.ที่มีการผลักดันแนวคิดสมัยใหม่เพื่อพัฒนาการทำงานของตำรวจให้เป็นสากล

จากโครงการแรก “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” ที่ส่งตำรวจไปฝังตัวอยู่ในพื้นที่จนได้รับการยอมรับ แต่งานตำรวจผู้รับใช้ชุมชนถือว่าการสืบสวนจับกุมคนร้ายเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม

เมื่อมาเป็นโครงการ “สืบสวนสมัยใหม่” ให้ความรู้ตำรวจผู้รับใช้ชุมชนอยู่บนพื้นฐานของศาสตร์ และหลักการที่ถูกต้อง

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ได้ศึกษาวิจัยจนพบปัญหาการสืบสวน และจำเป็นต้องปรับปรุ

งแก้ไขโดยด่วน ทั้งการจับผิดตัว ปัญหาการสืบสวนค้นหาความจริง

ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาสำคัญไม่ได้ จึงได้รวบรวมเทคนิคสืบสวนสมัยใหม่ร่วมกับทีมงานตำรวจมือดีในต่างประเทศ นำเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่มาทำเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมตำรวจในสังกัด บช.ก. แบ่งเป็น 15 วิชา ความรู้เรื่องเหยื่อวิทยา วิธีการล่าเหยื่อของมนุษย์ ซึ่งตำรวจควรต้องรู้ว่ามนุษย์มีธรรมชาติในการล่าเหยื่ออย่างไร

ถือเป็นครั้งแรกในวงการตำรวจไทยที่มีการสอนวิชาการเหล่านี้

ที่ผ่านมา งานสืบสวนเป็นการทำงานแบบตั้งรับ รอให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นก่อน จึงเริ่มสืบสวนหลังเกิดเหตุ จับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี แทนที่จะใช้วิธีการสืบสวนเชิงรุก โดยทำการสืบสวนก่อนหรือขณะเกิดเหตุ ซึ่งช่วยป้องกันเหตุไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นในลักษณะเดียวกันได้ และเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย

ซึ่งมีความสำคัญกว่าการสืบสวนแบบเก่า ที่สืบสวนเฉพาะหลังเกิดเหตุเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุไปแล้ว

ตำรวจสมัยใหม่ต้องมีความรู้คนร้ายในประเทศไทยแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ คนร้ายทั่วไป ฆาตกรผิดปกติทางจิต ฆาตกรผิดปกติทางอารมณ์ และฆาตกรสติแตก

ตำรวจต้องวิเคราะห์ประเภทคนร้ายให้ถูกต้อง หากไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ จะทำให้วิเคราะห์ผิด และนำไปสู่การจับผิดตัว เพื่อหา

เหตุผลในการกระทำผิดของคนร้าย แต่คนร้ายหลายประเภทที่ไม่สามารถใช้เหตุผลปกติอธิบายได้ จึงเป็นเหตุหนึ่งของการ “จับแพะ” ถ้าไม่รู้จักเรียนรู้การสืบสวนสมัยใหม่ จะทำให้มีโอกาส “จับแพะสูง”

ในช่วงปี พ.ศ.2558 ประเทศไทยจะเปิดประตูสู่ประชาคมโลก จำเป็นต้องพัฒนาแนวทางการสืบสวนของตำรวจให้มีคุณภาพมีความเป็นมืออาชีพ

มีความเป็นสากลที่นานาชาติยอมรับและเชื่อถือ.

สหบาท

ขอขอบคุณ
- นสพ.ไทยรัฐ วันจันทร์ น.6
- http://www.thairath.co.th/column/region/policeshine/310363

/CPO.TH

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ตำรวจ ผู้รับใช้ชุมชน ‎"ภาค 3 เดินหน้า"

‎"ภาค 3 เดินหน้า"

แนวทางการทำงานของตำรวจ ทั้งในอเมริกา ยุโรป หลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ต่างเปลี่ยนแปลงจากการให้ตำรวจเป็นผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย มาใช้แนวทางใหม่

คือ Community Policing Community Policing ที่เริ่มใช้ก่อนในสหรัฐอเมริกา

ความสำเร็จช่วงปลายทศวรรษที่ 17 ขณะที่อาชญากรรมของสหรัฐอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าตำรวจจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีการเพิ่มงบประมาณให้ตำรวจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงา

แต่อาชญากรรมก็ไม่ลดลง ซ้ำร้าย การที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด กลับส่งผลในด้านลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชน

ตำรวจอเมริกาในขณะนั้นประสบปัญหา “ประชาชนไม่รัก อาชญากรรมไม่ลด”

จึงต้องหันหน้าเข้าหาประชาชน ทำหน้าที่รับใช้ให้บริการจนประชาชนให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วร่วมมือกับประชาชนในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

ผลคือ “ประชาชนรัก อาชญากรรมลด”

ตำรวจหลายประเทศในโลก จึงได้นำ Community Policing ไปใช้ จนประสบความสำเร็จ

พล.ต.ท.เชิด ชูเวช ผบช.ภ.3 ซึ่งมีประสบการณ์และเห็นความสำเร็จของ Community Policing จึงได้มีนโยบายที่จะนำไปใช้ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 3

โดยนำจุดแข็งของตำรวจภูธรภาค 3 ที่มีทีมงานตำรวจซึ่งมีพื้นฐานในการทำงานชุมชนมาในระดับหนึ่งแล้ว มาทำงานเรื่องนี้

เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการยึดถือการมีส่วนร่วมของประชาชนตามแนวทาง Community Policing และเป็นไปตามนโยบายของ ผบ.ตร.ดูแลความสงบเรียบร้อยให้สังคมและชุมชน ใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศและปัญหายาเสพติดของตำรวจภูธรภาค 3

เป็นการเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ AEC ในปี 2558

ขณะนี้การเตรียมการเรื่อง Community Policing คืบหน้า สามารถเริ่มปฏิบัติงานได้

เริ่มจากปีใหม่ ในเดือน ม.ค.2556 นี้ ทันที.

สหบาท

ขอขอบคุณ
- นสพ.ไทยรัฐ วันศุกร์ น.6
- http://www.thairath.co.th/column/region/policeshine/309706

/CPO.TH

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Community policing to protect children from sexual exploitation


Community policing to protect children from sexual exploitation

http://www.unodc.org/eastasiaandpacific/en/2012/11/community-policing/story.html



Bangkok (Thailand), 14 November 2012
- UNODC and four countries in the Greater Mekong are ramping up efforts to make community policing a tool to fight child sexual exploitation.

During 13-14 November, specialists in community policing delivered training to approximately 250 people - mostly Thai community policing officers and local community leaders - in Bangkok.

Representatives from Cambodia and Viet Nam were also present.

Kicking off the training, Police Lieutenant General Pongpat Chayapan, Commissioner of the Thai Central Investigation Bureau, spoke about the need for the police officers - drawn from almost all provinces in Thailand - to connect with the community.



Mr. Gary Lewis, UNODC's Regional Representative, urged the officers present to "create a protective environment for our children. This minimizes the risk that they will be exploited or abused."

"The Police are a key element in building this protective environment," said Mr. Lewis, "but the Police cannot work in isolation. They need the support of the community."



Participants included 120 Thai Community Policing Officers, 80 Thai Community Leaders and a number of other individuals and organizations including police from Cambodia and Viet Nam. The Commanders of the Specialist Divisions of the Thai Central Investigation Bureau were also present.

The initiative was designed under Project Childhood and will deliver training - which has been jointly developed by the Royal Thai Police, UNODC and World Vision. The agenda covers child protection, children's rights and community strength.

In delivering the training agenda, UNODC and the Royal Thai Police received support from World Vision, Australian Federal Police, UNICEF, Step Ahead, Friends International and ChildLine.