จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

อีกก้าวหนึ่ง



เป็นอีกโครงการที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

จากแนวคิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ได้นำ “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” หรือ Community Policing ทฤษฎีตำรวจที่ถือกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกาจนประสบความสำเร็จในการลดคดีอาชญากรรมมาปฏิบัติ

ได้นำมาทดลองใช้ในประเทศไทยเมื่อปี 2539 ที่ชุมชนหลังวัดบางขุนนนท์ กทม. และได้มีการขยายใช้ต่อสมัยที่เป็น ผบช.ก.จนได้รับการบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ ตร. เมื่อปี 2555

โดยเฉพาะ“กก.6 บก.ป.”  ได้นำโครงการมาใช้ในพื้นที่ ชุมชนหัวทาง จ.สตูล ที่มีชุมชนไทยมุสลิมในพื้นที่จนได้รับการยอมรับจากพี่น้องมุสลิมว่าจะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และ “ตำรวจทางหลวง”  ได้นำมาปรับใช้ในพื้นที่ ชุมชนวัดส้มจีน จ.พระนครศรีอยุธยา จนทำให้คดีอาชญากรรมและยาเสพติดลดลงอย่างได้ผล

จนตำนานศิลปินเพลงเพื่อชีวิตคนดัง นายยืนยง โอภากุล หรือ “แอ๊ด คาราบาว” ได้แต่งเพลง “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” และถ่ายทำมิวสิกวีดิโอเพลงตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ที่ชุมชนวัดคุณหญิงส้มจีน เพื่อสนับสนุนแนวทฤษฎีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ หลังได้รับข้อมูลจากพี่น้องประชาชน

เปรียบเทียบเพลง “คนเก็บฟืน” กับโครงการกับพี่น้องในชุมชนว่า เพลงนี้จริงๆแล้วมีความหมายลึกซึ้งมาก  เพราะการที่เราตัดฟืนมาต้มน้ำ น้ำเดือดเรามาแบ่งกันกิน พวกเราทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน ก็เหมือนงานตำรวจผู้รับใช้ชุมชนที่พวกเราทุกคนร่วมมือลงทุนลงแรงกันและพวกเราทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน

เป็นโครงการเล็กๆที่ขยับจากแนวคิดที่หลายประเทศได้รับผลสำเร็จและเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย 

จากความตั้งใจ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ตลอดเวลากว่า 16 ปี เพื่อยืนยันทฤษฎีที่ให้ประโยชน์ชุมชน จากทฤษฎีที่ลด “ความหวาดระแวง” เพื่อให้เกิดความเชื่อใจ และร่วมกันดูแลชุมชนของตัวเอง อาศัยตำรวจที่มีใจรักอยู่ร่วมกับชุมชน รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ ประสานในสิ่งที่ชุมชนอยากได้

จนขณะนี้ได้ขยายโครงการจาก บช.ก.ไปทำต่อในพื้นที่ บช.ภ.3 ซึ่ง พล.ต.ท.เชิด ชูเวช ผบช.ภ.3 ได้นำโครงการนี้ไปใช้ในพื้นที่ภาคอีสาน

เป็นอีกก้าวหนึ่งของสิ่งดีๆ ที่เกิดจากประสบการณ์และความตั้งใจ.

สหบาท
โดย: สหบาท
29 มีนาคม 2556, 05:00 น.

รวมข่าวหน้า 1 วันที่ 25 มีนาคม 2556


บุกบ่อนแม่โห้รวบ 200 ผีพนัน




คอมมานโดกองปราบลุย 2 บ่อนท้องที่นครบาล ทั้งบ่อนแม่โห้ ซ.ปรีดีพนมยงค์ 10 จับกว่า 200 นักพนัน และบ่อนไฮโลโฮเทค ซ.อุดมสุข 25 'ผบ.ตร.'เผยบัญชาการเองหลังให้เวลากวาดล้าง ฮึ่มฟัน ผกก.คลองตัน-บางนาสังเวยกลุ่มแรก...
หน่วยคอมมานโดกองปราบปรามปฏิบัติการกระตุกหนวดนครบาล บุกทลายบ่อนพนันอมตะ “แม่โห้” ซอยปรีดีพนมยงค์ 10 กวาดนักเล่นชายหญิงไม่ต่ำกว่า 200 ชีวิต ของกลางจำนวนมากไล่เลี่ยกันยังเข้าค้นบ่อนไฮโลไฮเทคซอยอุดมสุข 25 จับนักพนันได้อีก  58 ราย นำเข้า บก.ป.ขยายผลหาเจ้ามือ เจ้าบ้านกลางดึก “อดุลย์ แสงสิงแก้ว” เผยบัญชาการสั่งเอง หลังประกาศให้ทุกพื้นที่กวาดบ้านจัดการแหล่งอบายมุขภายใน 7 วัน ก่อนส่งหน่วยอื่นเข้าซิวแทน ส่อแววเชือด 2 ผกก.โรงพักสังเวยกลุ่มแรกแล้ว

บุกทลายบ่อนอมตะชื่อดังคลองตัน  รวบผีพนันนับร้อยชีวิต เกิดขึ้นเมื่อเลา 22.00 น. วันที่ 23 มี.ค. พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  ผบ.ตร.  มอบหมาย  พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผบก.ปพ.บก.ป. พ.ต.ท.วีรปรัชญ์ วงศ์รัตน์ รอง ผกก.ปพ.บก.ป. นำกำลังหน่วยคอมมานโด 70 นาย บุกเข้าค้นบ้านเลขที่ 146/65 ซอยปรีดีพนมยงค์ 10 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. ซึ่งลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนันดัง รู้จักกันในชื่อ “บ่อนแม่โห้”

การจู่โจมเข้าทลายบ่อนพนันชื่อเก่าแก่ครั้งนี้ปลูกเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นติดกัน 3-4 คูหา กินพื้นที่ 80 ตารางวา ตัวอาคารดัดแปลงเป็นบ่อนการพนันบาคาร่า ไฮโล และไพ่แปดเก้า พบนักพนันชายหญิง 200 กว่าคน พยายามวิ่งหนีแตกตื่นกันอย่างโกลาหล กำลังตำรวจต้องคุมเชิงพร้อมตะโกนให้อยู่ในความสงบก่อนปิดประตูทางเข้าออกทุกช่องจนสามารถควบคุมนักเล่นได้เสียจำนวนไม่ต่ำกว่า 200 คน ของกลางเงินสด ชิปแลกเงิน อุปกรณ์การเล่นหลายรายการนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อลงบันทึกหาผู้รับเป็นเจ้าบ้าน และเจ้ามือเล่นการพนันต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เปิดเผยว่า  มีคำสั่งให้ทุกพื้นที่เร่งรัดปัดกวาดในเรื่องสถานบริการ บ่อนการพนัน ตู้ม้า ขนาดใหญ่ที่มีอยู่ในพื้นที่ไปแล้ว ประกาศชัดเจนว่า ให้เวลา 7 วันตำรวจทุกพื้นที่จะต้องกวดขันจับกุมแหล่งอบายมุขและสถานบริการขนาดใหญ่ในพื้นที่ จะปล่อยไว้ไม่ได้ หากพื้นที่ไหนปล่อยปละละเลยจะสั่งให้หน่วยกลางเข้าจับกุม เป็นหน้าที่ของ ผกก. หัวหน้าสถานีจะต้องรับผิดชอบ ถือเป็นความบกพร่อง เพราะช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาคิดว่ามากเกินพอแล้ว เรื่องแบบนี้ตำรวจหน่อมแน้มไม่ได้ ต้องจัดการปัดกวาดบ้านของตัวเองให้หมด ถ้าไม่ดำเนินการปล่อยให้หน่วยนอกเข้าไปจับกุมมีกำหนดมาตรการไว้อยู่แล้ว สำหรับ 2 โรงพักที่ถูกจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงผู้ที่รับผิดชอบ และจะต้องดำเนินการกับ ผกก.ที่ปล่อยปละละเลยให้พื้นที่มีบ่อนการพนัน



ล่าสุด มีรายงานเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการทลายบ่อนของคอมมานโดกองปราบครั้งนี้ ยังมีกำลังอีกชุดหนึ่งเข้าจับกุมบ่อนไฮโลไฮเทคอีก 1 จุด ในพื้นที่โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลางอีกจำนวนหนึ่ง

โดย: ทีมข่าวหน้า 1
24 มีนาคม 2556, 09:30 น.

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556

กองปราบจับยาบ้ายึดทรัพย์


        วันนี้ 25 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วรวุฒิคุณะเกษม ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.เอกพงษ์ พลมณี รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.ธนา มะลิงามสว.กก.3 บก.ป.แถลงข่าวจับกุม นายศักดา สุวะธรรม อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142หมู่ 6 ต.หนองไฮ อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ พร้อมของกลาง ยาบ้า 35 เม็ด เงินสด1,221,110 บาท กระติกน้ำ รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ทะเบียน กค 1596 อำนาจเจริญหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน 3 ฉบับ มูลค่าประมาณ 592,000 บาท บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทยยอด 49,500 บาท จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 324 หมู่ 3 บ้านนาอุดม ต.หนองไฮใหญ่อ.เสนางคนิคม เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา
                ทั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวนกก.3 บก.ป.สืบทราบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ลักลอบค้ายาบ้าโดยนำยาบ้ามาพักไว้ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนแน่ชัดก่อนขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ 55/2556 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2556เข้าตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งระหว่างการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ผู้ต้องหาได้พยายามถ่วงเวลาเจ้าหน้าที่พร้อมกับพยายามทำลายหลักฐานโดยนำยาบ้าไปละลายน้ำและเททิ้งไป อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางที่เหลือไว้ได้นอกจากนี้ได้ยึดอายัดทรัพย์สินต่างๆ ไว้เพื่อตราวจสอบที่มาที่ไป
                สอบสวน นายศักดา รับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดได้รับมาจากเอเย่นต์ชาวลาวรายหนึ่ง ส่วนเงินสดที่พบนั้นเป็นเงินที่จะต้องนำไปส่งให้เอเย่นต์คนดังกล่าวซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับยาบ้ามาจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ อ.เสนางคนิคมโดยทำมาแล้วประมาณ 9 เดือน
                ด้าน พ.ต.ท.เอกพงษ์ กล่าวว่าในระหว่างการเข้าจับกุมครั้งนี้ผู้ต้องหาพยายามประวิงเวลาไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในบ้านและนำยาบ้าไปละลายน้ำจนเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้นส่วนเงินสดที่ได้ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเป้เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่งดังนั้นสำหรับทรัพย์สินมีค่าต่างๆเจ้าหน้าที่ได้อายัดไว้ตรวจสอบทั้งหมด และหากพบว่าได้มาจากการกระทำความผิดก็จะยึดทรัพย์สินต่อไปทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีต่อไป

ขอขอบคุณ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันอังคารที่ 25 มีนาคม 2556
http://www.dailynews.co.th/crime/192920

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

โพสต์ภาพหนุ่มหล่อ อ้างสนิท"อัสนี-วสันต์" ตุ๋นเงินสาวนับล้าน


ชายรูปงาม การงานดี มีนามสกุลดัง แถมพ่วงท้ายด้วยการรู้จักใกล้ชิด สนิทสนมกับเหล่าเซเลบ

ใครมีคุณสมบัติครบถ้วนขนาดนี้ คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องกลายเป็นที่หมายปองของบรรดาสาวๆ ทั้งหลาย

"ชัยณรงค์ ฉิมนอก" หนุ่มร่างใหญ่วัย 29 ปี เองก็เห็นช่องทางในการฉกฉวยผลประโยชน์จากคุณสมบัติข้างต้น

ทั้งที่ตัวเองไม่มีอะไรที่ตรงตามนั้นสักอย่าง

แต่ว่าการสื่อสารในโลกออนไลน์ช่วยกลบปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร

เขาจึงเริ่มลงมือสมัครเข้าเป็นสมาชิกเว็บไซต์หาคู่แห่งหนึ่งที่ชื่อwww.jubkoo.comซึ่งสะดวกง่ายดายเป็นอย่างมาก

เนื่องจากเว็บดังกล่าวไม่ได้บังคับให้ลงทะเบียน ด้วยข้อมูลที่เป็นจริง

ชัยณรงค์จึงตั้งชื่อและนามสกุลเสีย ใหม่ว่า "เจนพิทักษ์ โสมนัสศิริวัฒนา ณ อยุธยา"

ส่วนหน้าที่การงานนั้นหนุ่มร่างใหญ่ก็ผุดไอเดียบรรเจิดว่า เป็นนักแต่งเพลงมือทอง ของบริษัทแกรมมี่ ค่ายเพลงชื่อดังของเมืองไทย

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะกล้าระบุว่า เขาคนนี้นี่เองคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ 2 พี่น้องศิลปินรุ่นใหญ่ชื่อคับประเทศ "อัสนี-วสันต์ โชติกุล"

ตบท้ายด้วยการโพสต์รูปชายหนุ่มรูปหล่อ ใช้เป็นภาพส่วนตัว

แล้วเหยื่อที่วางไว้ก็ใช้ได้ผลเป็นอย่างดี เพราะมีบรรดา "สมันสาว" หลงเข้ามาติดกับดักที่วางไว้จำนวนมาก

เมื่อทุกอย่างลงตัวตามแผนที่วางไว้ "เจนพิทักษ์ โสมนัสศิริวัฒนา ณ อยุธยา" ที่สาวๆ รู้จัก ก็ใช้ความสามารถทางคารม พูดคุยหลอกล่อจนเหยื่อตายใจ ให้ชายหนุ่มรูปงามซึ่งได้ยินเพียงแต่เสียง หยิบยืมเงินไปเป็นจำนวนมาก รวมแล้วไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาท

แต่ความลับก็ไม่มีในโลก เมื่อบรรดาเหยื่อสาวเริ่มระแวงหนุ่มรูปงามนามสกุลดัง เพราะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้พบหน้าค่าตาสักที

แถมหลังจากขอยืมเงินไปแล้วก็เริ่มห่างหายการติดต่อไป

กระทั่งรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงอย่างแน่ นอน จึงเข้าแจ้งความต่อกองปราบปราม เมื่อเดือนสิงหาคมปีกลาย

แล้วทั้งหมดก็ถึงบางอ้อ เพราะมีเพื่อนร่วมชะตากรรมตกเป็นเหยื่ออีกหลายราย

ผู้เสียหายทั้งหมดให้ข้อมูลว่า รู้จักกับนายเจนพิทักษ์ โสมนัสศิริวัฒนา ณ อยุธยา ผ่านทางเว็บไซต์หาคู่ดังกล่าว

เมื่อเห็นภาพของหนุ่มรูปงามนามสกุลดัง ประกอบกับประวัติส่วนตัวที่น่าหลง ใหล จึงติดต่อพูดคุยกันผ่านโปรแกรมแช็ต

จนแลกเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกันจนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ

โดยหนุ่มจอมตุ๋นอ้างว่า ครอบครัวมีฐานะร่ำรวย และกำลังลงทุนในธุรกิจทางดนตรี แต่ติดปัญหาเพราะอยู่ที่ต่างประเทศ ทำให้มีความวุ่นวายมากหากต้องโอนเงินข้ามประเทศ จึงออกปากขอหยิบยืนเงินบรรดาเหยื่อ

ด้วยความที่ติดต่อกันมาระยะหนึ่งแล้ว เหยื่อทั้งหมดจึงหลงเชื่อโอนเงินไปให้จอมตุ๋นคนละหลายหมื่นบาท

บางรายหลงเชื่อจนต้องสูญเงินไปเป็นล้าน

หลังรับทราบข้อมูลทั้งหมด พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผกก.3 และพ.ต.ต.สมโภชน์ เข็มเพ็ชร์ สว.กก.3 ก็จัดทีมสืบสวน

เมื่อเจาะลึกเข้าไปจึงทราบว่า นายเจนพิทักษ์ โสมนัสศิริวัฒนา ณ อยุธยา รวมถึงข้อมูลที่กล่าวอ้าง ล้วนแต่เป็นเรื่องที่อุปโลกน์ขึ้นมา

โดยตัวตนที่แท้จริงของหนุ่มรูปงามนามสกุลดังนี้คือ นายชัยณรงค์ ฉิมนอก อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/17 ซอยชุมชนหัวโค้ง 2 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ

หลังได้หลักฐานทั้งหมดครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติหมายจับจากศาล ก่อนเข้าตะครุบตัวนายชัยณรงค์ได้ ที่ลานจอดรถอพาร์ตเมนต์ธาราการ์เด้น ภายในซอยรามคำแหง 164 แขวงและ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ในวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา

ทันทีที่ถูกควบคุมตัวนายชัยณรงค์ถึงกับหน้าถอดสี แต่ยังให้การภาคเสธว่า ไม่ได้เป็นนักต้มตุ๋นตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่าขอยืมเงินบรรดาสาวๆ ที่ติดต่อกันจริง

นายชัยณรงค์ให้การว่า มีอาชีพเป็นนักดนตรี เล่นอยู่ตามผับต่างๆ

เรื่องของเรื่องที่โพสต์ข้อมูลปลอมไว้ในเว็บไซต์ เพราะต้องการรู้จักคบหากับบรรดาหญิงสาว

รายใดเริ่มสนิทก็จะยอมเปิดเผยตัวตนภายหลังว่าไม่ได้เป็นคนที่ได้โพสต์รูปไว้ในเว็บไซต์

หากใครต้องการคบหากันต่อไปก็จะนัดพบกัน

ส่วนเหตุที่ต้องหยิบยืมเงินนั้น เพราะต้องการนำไปลงทุนทำร้านอาหาร ใน ย่านรามคำแหง ซึ่งมีคนที่โอนเงินมาให้ประมาณ 10 ราย แต่ละคนจะหยิบยืมเงินหลักหมื่นถึงแสนบาท

นายชัยณรงค์ยังกล่าวขอโทษผู้เสียหายทั้งหมด พร้อมระบุว่า จะคืนเงินทุกบาทให้เหยื่อทุกคน

แม้ผู้ต้องหาจะยอมชดใช้เงินที่หลอกลวงมาทั้งหมด ก็ยังหนีโทษทัณฑ์ตามกฎหมายไปไม่พ้น ต้องเข้าไปชดใช้ความ ผิดตามขบวนการยุติธรรมต่อไป
ขอขอบคุณ : ธานี ทวีเกิด เรื่อง/ภาพ หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 18 มีนาคม 2556

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

โดนอีก 5 ปี 4 ด. กำนันเป๊าะคอตก ทุจริตเขาไม้แก้วยันไม่ยื่นย้ายคุก

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556

เข้าๆออกๆไทย 7 ปี จับ 'เป๊าะ' ป.สะกดรอยจาก รพ.

ขอขอบคุณ หนังพิมพ์ ข่าวสด ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2556

รวบตัวกำนันเป๊าะ

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จดการรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ตำรวจดียังมีอีกเยอะ


คงจะเป็นอย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ย้ำอีกครั้งว่า การจับตัวกำนันเป๊าะ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

"ส่วนตัวคิดว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนไหนที่ทำงานบกพร่องหรือละเลย มีแต่จะชื่นชม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งได้ดำเนินการตามหมายจับของศาล"

ก็คงเป็นไปตามนั้นจริงๆ เพราะตำรวจก็ยืนยันว่า เรื่องนี้ได้รับเบาะแสจากประชาชน ก็เลยส่งตำรวจไปเฝ้ากว่า 2 เดือนแล้ว จนแน่ใจว่า นี่คือ กำนันเป๊าะตัวจริง

ดูอาการที่ ร.ต.อ.เฉลิม ชื่นชม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มากขนาดนี้ ก็น่าสนใจว่า นายตำรวจผู้นี้มีเส้นทางเดินอย่างไร

พลิกไปดูประวัติก็พบว่า เป็นคนสมุทรสาคร จบระดับมัธยมศึกษาที่นั่น เข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 15 โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน

ดูประวัติการศึกษาแล้วก็ยิ่งน่าสนใจ หลังจากจบนายร้อยตำรวจก็ไปจบปริญญาโทรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แล้วก็ไปจบหลักสูตรผู้บริหารงานตำรวจจากอีกหลายที่หลายแห่ง

เป็นนายตำรวจมือปราบ และเก่งในเรื่องสืบสวนสอบสวน ทำคดีใหญ่ๆ มามากมาย ทั้งยาเสพติด และคดีฉ้อโกงระดับชาติ

ที่โดดเด่นก็คือช่วงอยู่ในตำแหน่ง ผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม หรือที่ในวงการเรียกขานตามขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ว่า "ผู้กำกับประเทศไทย" ได้จัดตั้ง "หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์" โดยการนำหลักวิชาการมาใช้ในการสืบสวน เพื่อรองรับเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่

หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์ ที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ตั้งขึ้นนี้ถือได้ว่าเป็นหน่วยงานแรกของเอเชีย

ไม่ใช่แค่นั้นพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ยังได้ริเริ่ม ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ตามทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน (Community Policing) ซึ่งเป็นทฤษฎี/หลักการทำงานของตำรวจสหกรัฐอเมริกา

ชัดเจนว่า นายตำรวจที่มากฝีมือซุกซ่อนอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีอีกเยอะ

พวกเขามุ่งมั่นทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพียงแต่ว่าหลายคนยังไม่มีโอกาสเติบโตจนถึงขั้นผู้บริหาร ผิดกับอีกหลายคนที่เลือกยืนเป็น "สนลู่ลม" การเมืองไปทิศใดก็พร้อมที่ลู่เอนตาม

ที่ผ่านมาเรามักเห็นคนจำพวกหลังนี้ที่ได้ดิบได้ดี
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ออนไลน์ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556
คอลัมภ์  ทางข่าว โดยศรายุทธ สายคำมี sarayut@nationgroup.com
http://www.komchadluek.net/detail/20130202/150818/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B0.html

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ผ่าอาณาจักร 'คุณปลื้ม' ก่อนถึงนาที 'เด็ดปีก' กำนันเป๊าะ

ขอขอบคุณ หนังสือ เนชั่นสุดสัปดาห์

จับเป๊าะสะเทือนปู


ขอขอบคุณ หนังสือ โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556

จับ 'กำนันเป๊าะ' พิสูจน์กระบวนการยุติธรรม

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันอังคารที่ 5 กุภาพันธ์ 2556


ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ Bangkok Post ฉบับวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556

เปิดเบื้องหลังแกะรอยรวบ"กำนันเป๊าะ"ปิดตำนานเจ้าพ่อเมืองชล

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันพุธที่ 30 มกราคม 2556

รวบตัว กำนันเป๊าะ

ขอขอบคุณ Kapook.com 

คุก 25 ปี ! กำนันเป๊าะ - สท.เหี่ยว จ้างวานฆ่า

ขอขอบคุณ คมชัดลึกออนไลน์ วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556

"กำนันเป๊าะ" นอนคุกคืนแรก ญาติห่วงอาการหยุดหายใจขณะหลับ

ขอขอบคุณ tnews.teenee.com

ผบ.เรือนจำกรุงเทพหวั่นย้ายกำนันเป๊าะไปชลบุรีกระทบสุขภาพ

ขอขอบคุณ THAIZA.com

วิถี! กำนันเป๊าะนักเลงหัวใจเถ้าแก่

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556
ขอขอบคุณ บล็อกใต้ร่มธงไทย วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556