จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วัด​ศักยภาพ บช.ก.

18 พฤษภาคม 2554, 05:00 น. - สหบาท

วัด​ศักยภาพ บช.ก.

วัดศักยภาพ บช.ก.

แค่ยกแรกที่มีการประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่

นาย ประชา ประสพดี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ก็หวิดเสียชีวิตจากฝีมือกลุ่มมือปืนถล่มยิงอย่างไม่เกรงกลัว กฎหมาย
คดี
นี้ไม่มีประเด็นอื่นนอกจากการช่วงชิงผลประโยชน์ การเมือง เป็นหน้าที่ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รักษาการ ผบช.ภ.1 ที่รับผิดชอบพื้นที่และศูนย์ปราบผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก่อนหน้า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ก็สั่งจับตาผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างอยู่แล้ว
ทำให้
มองเห็นเค้าลางเหตุรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้ง ทั้งการแข่งขันของพรรคการเมืองใหญ่เล็ก ความขัดแย้งแตกแยกของคนไทย เจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบต้องวางตัวให้ดี เอนเอียงไม่ได้
ถือ
เป็นนโยบายสำคัญของ พล.ต.อ.วิเชียร ให้ตำรวจวางตัวเป็นกลาง
ทาง
ด้านกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่มี พล.ต.ท.พงศ์- พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ได้มองเห็นความสำคัญในเรื่องการเลือกตั้ง
จึง
มีการประชุมกำชับนโยบายให้ข้าราชการตำรวจทุกคนวางตัวเป็นกลาง อย่าเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยเด็ดขาด ต้องใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงสัญลักษณ์ทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยให้ตำรวจในสังกัดวางตัวให้เหมาะสม รวมไปถึงครอบครัวตำรวจด้วย เพราะตำรวจเป็นอาชีพพิเศษจึงต้องระมัดระวังตัวมาก
เป็น
สิ่งที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ย้ำชัดเจน!!!
ใน
ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ทุกคนจะได้ช่วยชาติอีกวาระหนึ่ง ให้ตำรวจทุกคนใน บช.ก.ต้องวางตัวเป็นกลาง ตามนโยบายของท่าน ผบ.ตร.ที่ย้ำโดยตลอด โดยตำรวจจะมีศักดิ์ศรีก็ต่อเมื่อวางตัวเป็นกลาง ศักดิ์ศรี บช.ก.อยู่ที่ความเป็นกลาง ต้องเป็นกลางจริงๆ
พร้อม
กำชับให้จับกุมการซื้อสิทธิ์ขายเสียง สืบสวนตำรวจที่วางตัวไม่เป็นกลาง  การขนเงิน  ขนอาวุธในช่วงการ เลือกตั้ง  รวมถึงการกระทำใดๆ
ที่
เป็นปฏิปักษ์ต่อการเลือกตั้ง
นอก จาก
นี้ได้มีคำสั่งให้เร่งรัดสืบสวนจับกุม มือปืนรับจ้าง เพราะในปัจจุบันจะมีกลุ่มมือปืนที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา กระทำผิดในประเทศไทย แล้วหลบหนีออกนอกประเทศ   จึงมีคำสั่งให้รอง ผบช.ก. และ ผบก.ทุกนายช่วยกันลงพื้นที่กวดขันการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจอย่างจริงจัง
นับ
เป็น กฎเหล็กให้ตำรวจ บช.ก.ปฏิบัติ
จึง
ต้องติดตามดูศักดิ์ศรีและศักยภาพตำรวจ บช.ก.ครั้งนี้

สหบาท

http://www.thairath.co.th/column/region/policeshine/172048

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ผลการจับสลากหมายเลขผู้สมัคร

26 พรรคการเมือง แห่เดินทางมาสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อวันแรก ที่อาคารกีฬาเวสน์ ลุ้นจับหมายเลขผู้สมัคร 2 พรรคการเมืองใหญ่ ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยจับได้หมายเลข 1 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จับได้หมายเลข 10

บรรยากาศ ภายในอาคารกีฬาเวสน์ 2 ซึ่งเป็นสถานที่การเปิดรับสมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ระหว่างวันที่ 19-23 พ.ค. คึกคักตั้งแต่เช้า บรรดาพรรคการเมืองต่างขนกองเชียร์เดินทางมาให้กำลังใจหัวหน้าพรรคและผู้ สมัคร วันแรก โดย นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เดินทางมาถึงสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เป็นพรรคแรกโดย มีชาวบ้านจากอำเภอศรีประจัน จ.สุพรรณบุรี ประมาณ 140 คน เดินทางถึงตั้งแต่ 05.30 น.ซึ่งก่อนเข้าพิธีการจับสลากปรากฎว่ามีพรรคการเมืองเดินทางมาสมัครทั้งสิ้น 28 พรรค แต่หลักฐานไม่ครบจำนวน 2 พรรค จึงเหลือเพียง 26 พรรคการเมือง

และ เมื่อเริ่มจับสลากหมายเลขผู้สมัครในเวลา 08.30 น. นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้กล่าวต้อนรับผู้สมัคร และให้ผู้สมัครจับลำดับการจับสลากหมายเลข ก่อนที่จะจับหมายเลขผู้สมัครอีกครั้ง ทั้งนี้หมายเลขของผู้สมัคร ส.ส.ดังกล่าว จะใช้ร่วมกับผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตของแต่ละพรรคด้วย

สำหรับ ผลการจับสลากหมายเลขผู้สมัคร ซึ่งส่วนใหญ่จับตาไปที่พรรคการเมืองใหญ่จะได้หมายเลขใด ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยโชคดี จับได้หมายเลข 1 ซึ่งถือว่าง่ายต่อการหาเสียงและการจดจำ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จับได้หมายเลข 10

สรุปผลการจับสลากหมายเลขผู้สมัคร ทั้ง 26 พรรค มีดังนี้

เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย (พท.) อันดับ 1 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เบอร์ 2 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน(ชพน.) อันดับ 1 นายวรรณรัตน์ ชาญวีระกูล
เบอร์ 3 พรรคประชาธิปไตยใหม่
เบอร์ 4 พรรคประชากรไทย
เบอร์ 5 พรรครักประเทศไทย (รปท.) อันดับ 1 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์
เบอร์ 6 พรรคพลังชล (พช.) อันดับ 1 สันต์ศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์
เบอร์ 7 พรรคประชาธรรม
เบอร์ 8 พรรคดำรงไทย
เบอร์ 9 พรรคพลังมวลชน
เบอร์ 10 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อันดับ 1 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เบอร์ 11 พรรคไทยพอเพียง
เบอร์ 12 พรรครักษ์สันติ (รส.) อันดับ 1 ร้อยตำรวจเอกปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์
เบอร์ 13 พรรคไทยเป็นสุข
เบอร์ 14 พรรคกิจสังคม (กส.) อันดับ 1 นายสุวิทย์ คุณกิตติ
เบอร์ 15 พรรค ไทยเป็นไทย
เบอร์ 16 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อันดับ 1 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูร
เบอร์ 17 พรรคแทนคุณแผ่นดิน
เบอร์ 18 พรรคเพื่อฟ้าดิน
เบอร์ 19 พรรคเครือข่ายชาวนา
เบอร์ 20 พรรคการเมืองใหม่(กมม.) อันดับ 1นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
เบอร์ 21 พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) อันดับ 1 นายชุมพล ศิลปอาชา
เบอร์ 22 พรรคเสรีนิยม
เบอร์ 23 พรรคชาติสามัคคี
เบอร์ 24 พรรคบำรุงเมือง
เบอร์ 25 กสิกรไทย
เบอร์ 26 พรรคมาตุภูมิ (มต.) อันดับ 1 พลเอกสนธิ บุญรัตนกลิน

รักใครชอบใคร อย่าลืมไปเลือกตั้งหาคนดีเข้าสภานะครับ ^ ^

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

มือปืนเมืองไทย GUNMAN



เปิดบัญชีมือปืนรับจ้าง ปี 54 จำนวน 43 ราย แจกจ่ายทั่วประเทศ ให้รางวัลนำจับ 1 แสน รวมมือปืนทั้งหมด 112 ราย เผยดาวรุ่งอีก 126 ราย


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผบช.ก. และ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผบก. ป. ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อเปิดเผยรายชื่อผู้ต้องหาที่เป็นมือปืนรับจ้างที่ถูกจัด ทำขึ้นใหม่ในปี 2554 จำนวน 43 ราย โดยพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางด้านการเมือง มีการใช้ความรุนแรงและอาวุธสงครามในการก่อเหตุ ในห้วงเวลาที่ผ่านมา และหลังจากที่มีการยุบสภาแล้ว แนวคิดทางการเมืองก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป มีการแข่งขันของผู้สมัคร มีความขัดแย้งกันในบางพื้นที่ ซึ่งเริ่มมาจากจ.สมุทรปราการ แนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติประเมินสถานการณ์ได้ว่า แนวโน้ม ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในห้วงเวลานี้ จะมาจากความขัดแย้งของตัวผู้สมัคร พื้นที่ที่การแข่งขันกันสูง เพราะฉะนั้น เหตุต่าง ๆ จะเกิดขึ้นได้
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี่ได้เกิดศูนย์บริการสถานการณ์ร้ายแรง หรือ ศบร. ตร. ซึ่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งตัวสาเหตุ และผู้ปฎิบัติการ หรือต้นตอของความขัดแย้ง มีการเรียกคู่กรณีมาพูดทำความเข้าใจ และปฏิบัติการเชิงรุกกับบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีไว้ว่าเป็นบุคคลที่เป็นมือปืน รับจ้างไปยิงคนและมีหมายจับ นอกจากนี้ยังมีการขึ้นบัญชีของบุคคลที่เป็นผู้สนับสนุน พวกดาวรุ่งจำนวน 126 ราย เหล่านี้ สตช. ให้ใช้ปฏิบัติการเชิงรุก เข้าตรวจค้นทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันไม่ให้คนต่าง ๆ เหล่านี้ คิดจะกระทำผิดหรือคิดจะกระทำผิดในช่วงนี้ สรุปได้ว่า บุคคลที่ถูกขึ้นหมายจับเป็นมือปืนรับจ้าง ขณะนี้มีทั้งหมด 112 ราย เราดำเนินการประกาศสืบจับ ไปทั่วประเทศ

“สรุปว่าปฏิทินเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2548 สามารถจับได้เกือบ ร้อยละ 50 จับกุมได้ 24 คน ปี 2549 ก็จัดทำบัญชีใหม่อีกครั้งงและจับกุมได้อีก 18 คน คิดเป็น ร้อยละ 36 และในปี 2550 รวบรวมมาได้ อีก 31 คน และจับกุมได้ 7 คน คิดเป็นร้อยละ 8 และชุดสุดท้ายปี 2554 เป็นการร่วมจัดทำบัญชีมือปืนระหว่าง บช.ก.และบก.ป. ได้เริ่มมือปืนรับจ้างที่ถูกออกหมายจับอีก 50 ราย ถูกจับแล้ว 6ราย ตาย 1คน รวมเป็น 7 จึงเหลือ 43 ราย” รองผบ.ตร.กล่าวและว่า สำหรับใครก็ตามที่ สามารถแจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมสำหรรับมือปืนรับจ้างที่ถูกรวบรวมขึ้นใน ปี 2554 จำนวน 1 แสนบาท สำหรับ 3 ชุดแรก ให้รายละ 5 หมื่นบาท ในส่วนนี้ มอบหมายให้ บช.ก. และ บก.ป. ร่วมกันประสานงาน และแจกจ่ายข้อมูลให้กับทุกภาค ทั่วประเทศ พยายามตรวจค้นกดดันในทุกรูปแบบ หากจับกุมไม่ได้ ก็ห้ามบุคคลเหล่านนี้ออกมากระทำผิดเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชี 50 มือปืนรับจ้างนั้น ถูกจับกุมไปแล้ว 6 ราย ประกอบด้วย นายไพศาล ปั้งเล่ง มือปืนลำดับที 2 นายณรงค์ เหมเดโช ลำดับที่ 4 นายวุฒิชัย หรือ เอ็ก มาศปิ่น ลำดับที่ 5 นายเสวง สุวรรณวงศ์ ลำดับที่ 24 นายสมจิตร แผดสุระ ลำดับที่ 39 นายไพศาล กลาแต ลำดับที่ 42 และเสียชีวิต 1ราย คือ นายปราโมทย์ ทองจันทร์ มือปืนลำดับที 1 โดยพบว่าในบรรดามือปืนรับจ้างที่ เหลือ มี หมายจับจ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา และ ส.อ.สมชาย บุนนาค มือปืนยังนายสนธิ ลิ้มทองกุลด้วย อยู่ในลำดับที่ 13 และ 14 ตามลำดับ.
http://www.gunman.police.go.th/

วัด​ศักยภาพ บช.ก.

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2554
วัด​ศักยภาพ บช.ก.

แค่​ยก​แรก​ที่​มี​การ​ประกาศ​ยุบ​สภาให้​มี​การ​เลือกตั้ง ส.ส.​ใหม่

นาย ​ประชา ประสพ​ดี อดีต ส.ส.​พรรค​เพื่อ​ไทย จังหวัด​สมุทรปราการ ก็​หวิด​เสีย​ชีวิต​จาก​ฝีมือ​กลุ่ม​มือปืน​ถล่ม​ยิง​อย่าง​ไม่​เกรง​กลัว​ กฎหมาย

คดี​นี้​ไม่​มี​ประเด็น​อื่น​นอกจาก​การ​ช่วงชิง​ผล​ประโยชน์ ​การเมือง เป็น​หน้าที่​ของ พล.ต.อ.​อัศวิน ขวัญเมือง รักษาการ ผบช.ภ.1 ที่​รับผิดชอบ​พื้นที่​และ​ศูนย์​ปราบ​ผู้​มี​อิทธิพล​และ​มือปืน​รับจ้าง​ ของ​สำนักงาน​ตำรวจ​แห่งชาติ ซึ่ง​ก่อน​หน้า พล.ต.อ.​วิเชียร พจน์​โพธิ์​ศรี ผบ.ตร. ​ก็​สั่ง​จับตา​ผู้​มี​อิทธิพล​และ​มือปืน​รับจ้าง​อยู่​แล้ว

ทำให้​ มอง​เห็น​เค้า​ลาง​เหตุ​รุนแรง​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​ใน​ช่วง​การ​เลือกตั้ง ทั้ง​การ​แข่ง​ขัน​ของ​พรรคการเมือง​ใหญ่​เล็ก ความ​ขัดแย้ง​แตกแยก​ของ​คน​ไทย เจ้าหน้าที่​รัฐ​ที่​รับผิดชอบ​ต้อง​วางตัว​ให้​ดี เอนเอียง​ไม่ได้

ถือ​เป็น​นโยบาย​สำคัญ​ของ พล.ต.อ.​วิเชียร ให้​ตำรวจ​วางตัว​เป็นกลาง

ทาง ​ด้าน​กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​สอบสวน​กลาง ​ที่​มี พล.ต.ท.​พง​ศ์​- พัฒน์ ฉายา​พันธุ์ ผบช.ก.​ ได้​มอง​เห็น​ความ​สำคัญ​ใน​เรื่อง​การ​เลือกตั้ง

จึง ​มี​การ​ประชุม​กำชับ​นโยบาย​ให้​ข้าราชการ​ตำรวจ​ทุก​คน​วางตัว​เป็นกลาง อย่า​เอนเอียง​เข้า​ข้าง​ฝ่าย​หนึ่ง​ฝ่าย​ใด​โดย​เด็ดขาด ต้อง​ใช้​ความ​ระมัดระวัง หลีกเลี่ยง​สัญลักษณ์​ทางการ​เมือง​ของ​ฝ่าย​ใด​ฝ่าย​หนึ่ง โดย​ให้​ตำรวจ​ใน​สังกัด​วางตัว​ให้​เหมาะสม รวม​ไป​ถึง​ครอบครัว​ตำรวจ​ด้วย เพราะ​ตำรวจ​เป็น​อาชีพ​พิเศษ​จึง​ต้อง​ระมัดระวัง​ตัว​มาก

เป็น​สิ่ง​ที่ พล.ต.ท.​พง​ศ์​พัฒน์​ย้ำ​ชัดเจน!!!

“ใน ​ครั้ง​นี้​ถือ​เป็น​โอกาส​ที่​ทุก​คน​จะ​ได้​ช่วย​ชาติ​อีก​วาระ​หนึ่ง ให้​ตำรวจ​ทุก​คนใน บช.ก.ต้อง​วางตัว​เป็นกลาง ตาม​นโยบาย​ของ​ท่าน ผบ.ตร.​ที่​ย้ำ​โดย​ตลอด โดย​ตำรวจ​จะ​มี​ศักดิ์ศรีก็​ต่อ​เมื่อ​วางตัว​เป็นกลาง ศักดิ์ศรี บช.ก.อยู่​ที่​ความ​เป็นกลาง ต้อง​เป็นกลาง​จริงๆ”

พร้อม​กำชับ​ให้​จับกุม​การ​ซื้อ​สิทธิ์​ขาย​เสียง สืบสวน​ตำรวจ​ที่​วางตัว​ไม่​เป็นกลาง  การ​ขน​เงิน  ขน​อาวุธ​ใน​ช่วง​การ​ เลือกตั้ง  รวม​ถึง​การ​กระทำ​ใดๆ

ที่​เป็น​ปฏิปักษ์​ต่อ​การ​เลือกตั้ง

นอก จาก​นี้​ได้​มี​คำสั่ง​ให้​เร่งรัด​สืบสวน​จับกุม มือปืน​รับจ้าง เพราะ​ใน​ปัจจุบัน​จะ​มี​กลุ่ม​มือปืน​ที่มา​จาก​ประเทศ​เพื่อนบ้านเข้า​มา​ กระทำ​ผิด​ใน​ประเทศไทย แล้ว​หลบ​หนี​ออก​นอก​ประเทศ   จึง​มี​คำสั่ง​ให้

รอง ผบช.ก.​ และ ผบก.ทุก​นาย​ช่วย​กัน​ลงพื้น​ที่กวดขัน​การ​ปฏิบัติ​งาน​ของ​ข้าราชการ​ตำรวจ​อย่าง​จริงจัง

นับ​เป็น “กฎ​เหล็ก” ให้​ตำรวจ บช.ก.​ปฏิบัติ

จึง​ต้อง​ติดตาม​ดู​ศักดิ์ศรี​และ​ศักยภาพ​ตำรวจ บช.ก.​ครั้งนี้

สหบาท

http://www.thairath.co.th/column/region/policeshine/172048