จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

ภาพคู่ผู้กองเต็มใจ มิตรภาพที่ยังเหลือใย ดับไฟใต้ที่ยังมีหวัง



ตั้งใจว่าจะเขียน งานลงบล็อกในวันส่งท้ายปี 2554 กับเขาด้วยเหมือนกันแต่ยังคิดไม่ตกว่าจริงๆแล้วอยากจะนำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง อะไร หลายวันที่ผ่านมาจึงเป็นโอกาสดีที่ได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ตลอดปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่อง "ข่าว" ที่ส่วนตัวมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่พอสมควรในฐานะผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง

ปี 2554 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนั้นมีอยู่สถานการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมายาว นานถึง 7 ปี และกำลังจะย่างเข้าสู่ปีที่ 8 ในเดือนมกราคม ปี 2555 นี้ เป็นเหตุร้าย เป็นไฟใต้ที่ปลายด้ามขวานไทยที่สร้างความเสียหายมาต่อเนื่องยาวนาน เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ประชาชนครู พระ ธุรกิจ ร้านค้า สังคม วัฒนธรรม รวมทั้งคนร้าย บาดเจ็บล้มตาย เสียหายอย่างไม่อาจประมาณค่าได้ทั้งทางวัตถุและจิตใจ

ส่วน ตัวก็ได้แต่แสดงความเห็นความรู้สึกอยู่รอบนอก แต่ไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์ให้ถึงแก่นได้เพราะไม่เคยสัมผัสสถานการณ์หรือ พื้นที่จริงมาก่อน คงได้รับทราบเพียงข้อมูลข่าวสาร และมีโอกาสได้ทำข่าวที่เกี่ยวข้องบ้าง เช่น การจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาวางตะปู เรือใบ ตัดต้นไม้ เผายาง ในวันที่มีการปล้นปืน กองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 ซึ่งถือว่าเป็นต้นกำเนิดไฟใต้ คดีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความที่ถูกอุ้มหายโดยมีตำรวจกลุ่มหนึ่งตกเป็นผู้ต้องหา เป็นต้น

จาก ครั้งนั้นจนถึงวันนี้ความรุนแรงยังดำรงอยู่ โดยเฉพาะเหตุระเบิด เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมาย มีการระดมกำลัง สนับสนุนงบประมาณลงไปในพื้นที่ มีการแก้ไขปัญหาโดยใช้ไม้แข็ง ไม้นวม ปราบปราม ป้องกัน งานมวลชน วิชาการ ศาสนา การศึกษา เรียกได้ว่าระดมสมองทุกภาคส่วน ใช้ยาทุกขนานแล้วแต่ก็ไร้ผล

หลายคน "ชินชา" หลายคน "สิ้นหวัง" กับสถานการณ์ในพื้นที่ซึ่งไม่ต่างจากการถลำลึกเข้าไปในอุโมงค์ที่มืดมิด ไร้ จุดแห่งแสงสว่างใดๆ แต่ระงมไปด้วยเสียงร่ำร้องของประชาชนในพื้นที่ที่ต้องทนทุกข์ หวาดกลัว หวาดระแวงที่พร้อมจะสำแดงอาการออกมาได้ทุกครั้งที่ย่ำเท้าเดินตาม "ผู้(ชี้)นำ" ไปอย่างไร้จุดหมายและห่างไกลจาก "สันติสุข" มากขึ้นทุกที

อยากจะกล่าวย้ำอีกครั้งว่า "อย่าหมดหวัง" แต่ก็ไม่กล้าออกเสียงเต็มปากเต็มคำด้วยความมั่นใจเพราะเป็นเพียง "ความเชื่อ" ที่สวนทางกับ "ความเป็นจริง" โดยเฉพาะประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่นั่นคือความ สัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน จากที่เคย "หวาดระแวง" สร้างเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงและร้าวลึกนั้น จนถึงทุกวันนี้สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง

แต่เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสได้พูดคุยกับ พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.5 บก.ป.) และได้เห็นภาพถ่ายหลายภาพที่แม้จะไม่ใช่ภาพที่สื่อถึงสถานการณ์ในพื้นที่โดยตรง แต่ก็พอช่วยหล่อเลี้ยง "ความเชื่อ" (ส่วนตัว) เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มีอยู่ต่อไปได้

ภาพทั้งหมดเกิดขึ้นในบริเวณงานพระราชทานปริญญาบัตรแก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคใต้ ซึ่งรวมถึงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย โดยจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 28-29 ตุลาคม 2554 ในงานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามจึงถือโอกาสนำแผ่นภาพและข้อความที่เกี่ยวกับแนวคิด "ตำรวจยุคใหม่" ไปนำเสนอให้แก่ประชาชนและบัณฑิตที่มาร่วมงาน โดยมี “ผู้กองเต็มใจ ให้บริการ” มาสคอตตำรวจ เป็นจุดดึงดูดความสนใจซึ่งก็ทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี







































การถ่ายภาพคู่กับผู้กองเต็มใจในงานนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า "ช่องว่าง" ระหว่าง "เจ้าหน้าที่" กับ "ประชาชน" ลดลงได้...เพียงเท่านี้ก็เป็นการช่วยจุดไฟแห่ง "ความหวัง" ให้แก่สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่ไม่ต่างจากการเดินอยู่อุโมงค์อันมืดมิด แม้ยังไม่รู้จุดหมาย แต่ถ้ามองเห็นทางก็ย่อมดีกว่าเดินคลำความมืดไม่ใช่หรือ

งานเขียนบล็อกในวันสุดท้ายของปี 2554 ก็เป็นไปตามบรรทัดข้างต้น พบกันใหม่ปีหน้า 2555 สวัสดีปีใหม่ครับ

..........ll.........
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก Blog OK Nation ครับ

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

มาตรการป้องกันและปราบปราม องค์กรอาชญากรรมและผู้มีอิทธิพล

มาตรการป้องกันและปราบปราม องค์กรอาชญากรรมและผู้มีอิทธิพล

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์

ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ได้ให้เกียรติมาบรรยายหัวข้อ

"มาตรการป้องกันและปราบปราม องค์กรอาชญากรรมและผู้มีอิทธิพล"

ให้แก่ผู้เข้าอบรม ยธส 3 เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2555

ได้กล่าวว่า การป้องกันและปราบปรามนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำรวจเพียงฝ่ายเดียว

แต่ยังต้องได้รับความรวมมือจากภาคประชาชนเป็นผู้แจ้งเบาะแส

และต้องมีการศึกษาข้อมูลขององค์กรอาชญากรรมและผู้มีอิทธิพล

และควรสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด



ขอขอบคุณข้อมุลจาก

Justice Officials Training Institute


ฉลามบกรีเทิร์น' รถสายตรวจ...สายพันธุ์ดุ จากแนวคิด พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.

'ฉลามบกรีเทิร์น'รถสายตรวจพันธุ์ดุ

'ฉลามบกรีเทิร์น' รถสายตรวจ...สายพันธุ์ดุ : สารพันตำรวจ โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ

สมัยเมื่อ 50 ปีก่อน..กองปราบปรามเคยมีรถวิทยุสายตรวจ"สีฟ้าขาว"สีสันและรูปลักษณ์ดั่ง "ฉลามร้าย"

คอยไล่ล่าแก๊งมาเฟีย อันธพาล ตลอดจนผู้ที่คิดร้ายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ดูแลความสงบสุขตาม

ท้องถนนในเขตพระนคร-ธนบุรี จนผู้คนเรียกติดปากว่า "ฉลากบก" แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปหลายสิ่ง

ก็เปลี่ยนแปลง รถวิทยุสายตรวจที่เคยเป็นเป็นสีฟ้าขาว ก็เปลี่ยนสีไปตามกาลเวลา ทว่าวันนี้ "ฉลากบก"

ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง!!

“ฉลามบกรีเทิร์น” ได้กลับมาติดตา ติดปาก ชาวบ้านอีกครั้งในยุคที่ "สไตล์วินเทจ" หรือวัฒนธรรม

ย้อนยุคกำลังเฟื่องฟู จากแนวคิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ที่อยากปัดฝุ่นรถวิทยุ

สายตรวจสีฟ้าขาว ที่เคยนำมาใช้ครั้งแรกราวปี 2502 กลับมาอีกครั้ง เพื่อประกาศศักดาความเกรียงไกร

ให้เหมือนในอดีต แค่เพียงโจรผู้ร้ายตามท้องถนนได้ยินเสียง "ฉลากบก" ก็หวาดกลัวกันแล้ว

พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล สารวัตรกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม จึงนำแนวคิด

มาต่อยอดคืนชีวิตให้ "ฉลามบก" โดยเริ่มจากประมูลรถหลวงที่หมดอายุการใช้งานแล้วเป็นรถรุ่นนิสสัน

เซดริค วี6 ที่เป็นสีฟ้าขาวที่เคยใช้ในสมัยก่อน มาซ่อมแซมแล้วก็มอบไว้ให้แก่แผนก เพื่อเป็นสัญลักษณ์

ของรถวิทยุสายตรวจ

แรกๆ ก็นำ "ฉลากบก" ออกตรวจร่วมกับรถสีบรอนซ์เงิน ไปตามเส้นทางมาบุญครอง เซ็นทรัลลาดพร้าว

อนุสาวรีย์ฯ แฟชั่นไอส์แลนด์ บ่อยครั้งที่มีคนมาทักว่า "วิ่งได้อยู่เหรอ" (ฮา) ส่วนคนที่มีอายุมากหน่อย

ก็บอกว่าคิดถึงรถฟ้าขาว จึงเกิดความคิดอยากให้รถฉลามบกฟ้าขาวกลับมาใช้เป็นรถสายตรวจอีกครั้ง

เมื่อมีการต่อสัญญารถเช่าจึงทำเรื่องขอไปว่ารถวิทยุเราจะใช้เป็นสีฟ้าขาว แต่ก็ติดปัญหาต้องใช้

วิธีการแร็ปสี แต่พอเอาไปใช้งานจริงๆ คนก็นึกว่า "รถแท็กซี่" ?!!

"วันนั้นทดลองขับไปจอดอยู่ริมถนน ก็มีคนที่นั่งอยู่บนรถตุ๊กตุ๊กตะโกนบอกว่า อุ้ย...เหมือนแท็กซี่เลย

ไม่เกรงใจเราเลย (หัวเราะ) จากที่เคยเป็นสีฟ้ามัน ก็ต้องปรับมาเป็นสีฟ้าด้านเพื่อให้ดูดุดัน และ

ได้เวิลด์แก๊สมาช่วยสนับสนุน พอทำมาแล้วสีมันโดนใจวัยรุ่นมาขอถ่ายรูปกับรถกันใหญ่ ส่วนคนเก่าๆ

ก็บอกว่าฟ้าขาวกลับมาแล้ว สมัยก่อน "ฉลากบก" ดังในการปราบอันธพาลสมัยอั้งยี่ คนร้ายจะกลัว

และเกรงพวกเรามาก" พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ระลึกความหลัง

จากรถวิทยุสายตรวจ 20 คัน ตอนนี้เป็นรถสายตรวจสีฟ้าขาวแล้ว 12 คัน มีการแบ่งการตรวจ

ตลอด 24 ชั่วโมงนั้น เวลากลางวันจะใช้รถวิทยุฟ้าขาวออกตรวจเพื่อมองเห็นได้ชัด พอตกกลางคืน

อาจจะสลับใช้เป็นรถวิทยุสายตรวจสีเทาเพื่อให้รถสีฟ้าขาวได้พัก บ้าง

"มีลูกน้องหลายคนมาเล่าให้ฟังว่า เวลาขับตรวจในตอนกลางคืน มีหลายคนที่เข้าใจผิดว่าเป็นแท็กซี่

โบกเรียกกันหลายคน บางทีเจอคนเมาจะไม่ไปส่งก็กลัวเขาได้รับอันตราย ก็ต้องไปส่งด้วย

เพราะเขาโบกแล้ว จะไม่จอดก็กระไรอยู่" พ.ต.ท.ต่อศักดิ์เล่าประสบการณ์ขำๆ จากวีรกรรม

"ฉลามบกรีเทร์น"

นอกจากนี้ สิ่งที่เน้นย้ำในภารกิจของตำรวจสายตรวจ ไม่ใช่เพียงแค่การขับรถออกตรวจตรา

บนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังต้องลงไปทำมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการไปพูดคุยกับ

พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของ

ตำรวจรถวิทยุสายตรวจ

"หวังว่าการคืนชีวิตให้แก่ฉลามบก คงจะทำให้หลายคนจำเหล่าฉลามบกกองปราบปรามได้เหมือนเดิม

แต่หวังว่าคงไม่มองเราเป็นแท็กซี่ก่อนนะครับ" พ.ต.ท.ต่อศักดิ์แอบหยอดมุกฮาทิ้งท้าย

ยำตำรวจ หั่นดอกไม้และกระบอง 08/01/55

ยำตำรวจ หั่นดอกไม้และกระบอง 08/01/55

นายดาบเคน เข้าเวรวันนี้อาทิตย์ที่ 8 ม.ค.55.....

สวัสดีปีใหม่ มะโรงงูใหญ่ 55 ถึงจะผ่านมาหลายวันก็คงไม่เป็นไร.....

โล่งอกสบายใจส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยความเรียบร้อย ไร้เหตุความรุนแรงและความวิตกกังวล.....

นับถอยหลังปีเก่าที่ราชประสงค์ ที่ก่อนหน้าต่างเป็นห่วงเหตุร้าย สุดท้ายก็เงียบเชียบ.....

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. วิสัยทัศน์ไกล สั่ง ตชด. ของ พล.ต.ท.สุทิน เขียวรัตน์ ผบช.ตชด.หลายร้อยนายเข้ามาพรึ่บ.....

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง


เฝ้าระวังตามจุดเสี่ยงทั่วกรุง ร่วมกับตำรวจนครบาลของ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. .....

อีก ทั้งตำรวจสอบสวนกลางของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ระดมกำลังโดยเฉพาะจากกองปราบฯของ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. .....

กระจายเต็มทุกจุดในลานเซ็นทรัลเวิลด์ ทุกอย่างก็เลยสงบเรียบร้อย ไชโยสวัสดีปีใหม่ครับ.....

ที่วิตกกังวลกัน “7 วันอันตราย” ช่วงปีใหม่ อุบัติเหตุจากการเดินทาง ปี 54 เสียชีวิต 358 ราย.....

ในปี 55 มูลนิธิเมาไม่ขับ มีการรณรงค์โครงการ “ปีใหม่ตายเป็นศูนย์” จะให้ผู้เสียชีวิตลดลงให้ได้.....

แล้ว ปีใหม่ 55 ก็มีผลออกมา มีผู้เสียชีวิตในช่วง 7 วันอันตราย 335 คน ลดลง 23 คน เทียบกับปี 54.....o ก็เป็นเรื่องที่ดี การรณรงค์ได้ผล จึงมีการคิดเปลี่ยนแนวการรณรงค์ใหม่.....

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์


ไม่ เอาสถิติคนเสียชีวิต แต่จะเอาสถิติจังหวัดที่ ไม่มีผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุ มายกย่อง ก็ต้องตามดูกันในปีต่อไป.....o อีกโครงการ “ฝากบ้านกับตำรวจ” ที่เสมือนมี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.เป็น สัญลักษณ์.....

ปีนี้มีประชาชนฝากบ้านกับตำรวจทั้งในกรุงและปริมณฑล 2,015 หลัง มากกว่าปี 54 ถึง 500 หลัง.....

พล.ต.อ.พงศพัศลงพื้นที่ดูแลและให้กำลังใจตำรวจสายตรวจของโรงพักอย่างใกล้ชิด .....

น่าดีใจโครงการนี้ก็ประสบความสำเร็จ บ้านทุกหลังที่ ฝากกับตำรวจปลอดภัย.....

มองไปข้างหน้า อีก 3 เดือนก็จะมาถึงแล้ว “สงกรานต์” เหนื่อยหนักอีกต้องเตรียมวางแผนรับมือต่อได้เลย.....

ปีใหม่มีอะไรที่ให้น่าชื่นใจ ก็จะได้เป็นกำลังใจให้ทำงานต่อไป.....

เอแบคโพล ม.อัสสัมชัญ เผยผลสำรวจ สุดยอด CEO ภาครัฐและเอกชนในสายตาของนักธุรกิจทั่วประเทศ.....

ติดอันดับสุดยอด CEO ขึ้นมาได้แก่ “บิ๊กออฟ” พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ในฐานะ ตำรวจมือปราบยาเสพติด.....

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว


อีกคนรองลงมา “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร.ที่ถูกยืมตัว 1 ปี ให้ไปทำหน้าที่ เลขาฯ ป.ป.ส. .....

ถือว่าเป็น สุดยอดของผู้นำหัวใจแกร่ง กล้าหาญ เสี่ยงชีวิต เป็นตำรวจในอุดมคติตัวจริง ไม่สร้างภาพ.....

ครับ ภาพลักษณ์ของท่านทั้งสองจะคงติดตัวสมกับที่ประชาชนได้ชื่นชมตลอดไปครับ.....

อุกอาจสะเทือนขวัญก่อนสิ้นปี 2 โจรปล้นร้านทองออโรร่า ในห้างบิ๊กซี สาขาสุขาภิบาล 3 ท้องที่ สน.มีนบุรี.....

ขอยกย่องชื่นชม ให้กับ ด.ต.เชี่ยวชาญ เจริญศิริ สังกัด กก.ตชด.21 จ.สุรินทร์.....

ถูกโจรยิงนอนบาดเจ็บและโจรอีกคนหอบทองจะเข้ามายิงซ้ำ พลิกตัวหลบชักปืนยิงสวนออกไป โจรตายคาที่.....

ส่วนไอ้โจรอีกคนเผ่นหนีไป ไม่ได้ทองสักบาท ไอ้โจรที่ตายรู้ต่อมาชื่อ นายพนมกร โพธิ์กัน.....

แล้วในที่สุดไอ้คนที่หนีไปได้ก็ถูก พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น.ตามลากคอจากเมืองนนท์มาได้ ชื่อ นายพิทักษ์ รักษาดี.....

ด.ต.เชี่ยวชาญ ปลอดภัยแล้ว พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ พล.ต.ท.วินัย ไปเยี่ยมให้กำลังใจ จะทำเรื่อง ติดยศ ร.ต.ต. ยินดีด้วยครับ......

โหดอำมหิตเกินคนจริงๆ นายอภิรพัฒน์ หรือหวี สุขะอาคม อายุ 27 ปี สถาปนิกหัวหน้าแก๊งร่วมกับพวก.....

จับอุ้ม นายปิยะพันธ์ หรือโป้ย ฐิติอักษรศิลป์ อายุ 19 ปี นิสิตเกษตรฯ ลูกนักธุรกิจค้าไม้ภาคเหนือ.....

ใส่กุญแจมือจับยัดกระสอบทิ้งน้ำ ในคลองท้องที่ สน.อุดมสุข หลังโทรศัพท์ไป ขู่รีดเงิน 2 ล้านจากพ่อแม่นายโป้ยแล้วไม่ได้.....

ผลงานของ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.บก.น.4 กับทีมงาน หลัง สส.บช.ภ.1 ประสานข้อมูลมาให้ขยายผล.....

ข่าวว่าคดีนี้ กองปราบฯ ก็เกาะติดมาตั้งแต่ต้นด้วยเหมือนกัน มาเจอวันหยุดช่วงปีใหม่เลย พลาดน่าเสียดาย.....

เป็น คดีที่คนทั้งประเทศกำลังจับตาดู นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายกอบจ.สมุทรสาคร ถูกยิงเสียชีวิต โดยมี นายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ต้องหา.....

เชื่อในฝีมือการสอบสวนของ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ป.อนุกมธ.ตร.วุฒิฯ ออกมาเห็นใจการทำงานของตำรวจ จะจับตาดูอย่างใกล้ชิด คดีนี้ยังอีกยาวแน่.....

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็นประธานเลี้ยงฉลองสมรส น.ส.พัทธ์ธิดา รัตนาภรณ์ กับ นายกาจสนิท สายสมบูรณ์ บุตรชาย พล.ต.ต.สาทร สายสมบูรณ์–นวลลักษณ์ ที่โรงแรมเพนนินซูลา 14 ม.ค.นี้.....


นายดาบเคน


ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ