จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ตำรวจไทยได้รับความเชื่อมั่นในระดับสากล

ตำรวจไทยได้รับความเชื่อมั่นในระดับสากล

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/column/oversea/worldsky/297698

 
 
เสาร์วันนี้ 08.30-10.30 น. ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “การเตรียมความพร้อมในการพัฒนาสหกรณ์สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” รับใช้คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ในภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคกลาง และกรุงเทพฯพื้นที่ 1 และ 2 ที่โรงแรมเอวันครู๊ซ พัทยา จ.ชลบุรี

เสาร์วันนี้ 13.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เชิญอธิบดีกรมตำรวจในภูมิภาคอาเซียน เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย รวมทั้งอดีตนายตำรวจอย่าง ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ เป็นเกียรติร่วมพิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตน และสวนสนามของข้าราชการตำรวจและนักเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำพุทธศักราช 2555 ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

วันอาทิตย์พรุ่งนี้ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี และนายวิชัย แสงศรี ผอ.สนง.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ พูด “ผู้ปกครอง ท้องถิ่น คณะกรรมการสถานศึกษา จะช่วยพัฒนาผู้เรียนให้ก้าวสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างไร” รับใช้บุคลากรทางการศึกษาของเขต 1,500 คน ที่หอประชุมสิริโพธิ์แก้ว สนง.เขตฯ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี

พรุ่งนี้เป็นวันตำรวจ ในฐานะลูกตำรวจ ผมขอเขียนถึงตำรวจสักวันนะครับ ความสำเร็จในการปราบปรามยาเสพติดและอาช-ญากรรมของตำรวจไทยในปัจจุบัน ทำให้ยุคนี้เป็นยุคที่ตำรวจไทยได้รับการยอมรับจากวงการนานาประเทศมากที่สุด ยุคหนึ่ง เมื่อก่อนไม่เคยมีนะครับ ที่องค์การระดับนานาประเทศจะยอมรับตำรวจไทยขนาดเชิญไปบรรยายให้ผู้คนในแวดวง ระหว่างประเทศฟัง อย่างเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา สำนักงานปราบปรามยาเสพติดและป้องกันอาชญากรรม ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ที่มีชื่อย่อเรียกกันติดปากว่า UNODC เชิญ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ไปบรรยาย “ทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” ในการประชุมประจำปี ที่ศูนย์การประชุมของสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ

คนที่มาฟังเป็นผู้คนในองค์กรจากองค์การระหว่างประเทศหลายองค์กร ทั้งของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดเอง ผู้แทนออสเตรเลียเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ที่เราเรียกชื่อย่อว่า AusAID ที่สำคัญก็คือองค์กรตำรวจสากล หรือ INTERPOL มูลนิธิศุภนิมิตสากล หรือ World Vision องค์กร UNICEF รวมทั้งตำรวจจากในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงที่เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน ที่มีมาจากทั้งลาว กัมพูชา เวียดนาม ฯลฯ

แต่ก่อนง่อนชะไร ไม่ว่าตำรวจไทย หรือตำรวจชาติไหนๆ ก็จะใช้วิธีการปราบปรามเป็นหลัก แต่ในระยะหลังๆ ตำรวจในหลายประเทศหันมาสนใจการป้องกันโดยให้ตำรวจเข้าไปฝังตัวอยู่ในชุมชน รับใช้ให้บริการชุมชน อยู่กับชุมชนจนประชาชนผู้คนในชุมชนนั้นๆ เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจตำรวจ ตำรวจกับประชาชนไม่หวาดระแวงกัน ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้ชุมชน บั้นปลายท้ายที่สุด อาชญากรรมก็ค่อยๆ ทยอยลดลงไปเรื่อยๆ วิธีการอย่างนี้นี่แหละครับ ที่เรียกว่า Community Policing หรือ ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน

Community Policing ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลในมากมายหลายประเทศทั่วโลก เฉพาะในภูมิภาคอาเซียนก็ได้ผล สำหรับมาเลเซียนั้น หลังจากใช้วิธีการตำรวจชุมชนเข้าไปปฏิบัติ สามารถลดอาชญากรรมได้ 60% ในสิงคโปร์ก็มีหลายเขตเอาหลักการตำรวจชุมชนเข้าไปดำเนินการ ในห้วงช่วง 2 ปีที่ Community Policing Unit ถูกนำไปปฏิบัติที่นั่น ก็ไม่มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นในเขตนั้นเลย

นอกจากเรื่องตำรวจชุมชนแล้ว ในห้วงช่วงขวบปีที่ผ่านมา ตำรวจไทยดังมากในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด การปราบปรามการค้ามนุษย์ และการร่วมมือเพื่อป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในภูมิภาค เมื่อก่อนนี้ ตำรวจไทยต้องยกโขยงไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ แต่ตอนนี้ สถานการณ์กลับกันครับ ตำรวจต่างประเทศ แม้แต่ตำรวจจากประเทศตะวันตก กลับสนใจใคร่ทราบว่า ตำรวจไทยทำงานอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ

ในฐานะที่ผมเกิดมาในขณะที่คุณพ่อ คือ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ พำนักพักอยู่ในบ้านพักตำรวจหลังเดียวกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.

ท่านปัจจุบัน ผมมีความเชื่อมั่นว่า แต่นี้ต่อไป คือยุคทองของตำรวจไทย ยุคที่ตำรวจไทยได้รับความเชื่อถือในระดับสากล ยุคที่ตำรวจไทยจะกลายเป็นต้นแบบของตำรวจของหลายประเทศในโลก เป็นยุคที่คนไทยจะได้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีคุณภาพและคุณธรรม

พรุ่งนี้เป็นวันตำรวจไทย จะมีพิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผมมั่นใจว่าในยุคของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็น ผบ.ตร. คำสัตย์ปฏิญาณทุกคำพูดจะเป็นจริงครับ.


คุณนิติ นวรัตน์

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555

รอง.ผบ.ตร.พร้อมคณะเยี่ยมชมกิจการ ตร.แห่งชาติแคนนาดา แลกเปลี่ยนและเรียนรู้การปราบยานรก และวิธีการสืบสวนแนวใหม่‏


ข่าวจากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/crime/160147
วันนี้ 10 ต.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.ปพ.บก.ป.และคณะ เดินทางเข้าพบ อธิบดีบ็อบ พอลสัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแคนนาดา ที่อาคารรัฐสภา กรุงออตตาวา ประเทศแคนนาดา จากนั้นได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติแคนนาดา ที่กรุงออตตาวา ระหว่างวันที่ 1-12 ต.ค. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งเรียนรู้วิธีการสืบสวนสอบสวนแนวใหม่ พร้อมกันนั้นได้มีการประสานความร่วมมือในการทำงานระหว่างตำรวจของทั้งสองประเทศอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ตำรับยาแก้'ติดยา'สูตร'ตร.ผู้รับใช้ชุมชน'

 

ตำรับยา...แก้ "ติดยา" สูตร "ตร.ผู้รับใช้ชุมชน" : สารพันตำรวจโดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์ 

              ยาสมุนไพรแก้กษัย กินแล้วช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย เป็นยาตำรับโบราณอายุกว่า 150 ปี  "คุณตา" ของ ร.ต.อ.สมบุญ กลั่นทรัพย์ และ ร.ต.ต.ประธาน ศรีบรรเทา รองสารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 5 (เพชรบูรณ์) กก.1 บก.ทล. นำมาใช้ปรุงเป็นยาขนานเด็ดบำบัดอาการผู้ติดยาเสพติดภายในชุมชนบ้านยางหัวลม หมู่ 7 ต.วังชมพู อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้ผลชงัดสามารถบำบัดอาการติดยาให้แก่เยาวชนที่เข้าบำบัดรักษาได้หายราว ปลิดทิ้ง

              "สองเดือนก่อนผมกับหมวดประธานเข้ามาทำโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชนที่บ้านยาง หัวลม พบว่า ที่นี่มีปัญหาในหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด มีโอกาสได้พบกับ "เอ" เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ที่ต้องออกจากการเรียนกลางคันเพราะตกเป็นทาสของยาบ้า จึงได้ชวนมาพักด้วยที่ตู้ตำรวจทางหลวงริมถนนสระบุรี-หล่มสัก ช่วง กม.ที่ 198 โดย "เอ" สมัครใจที่จะบำบัดอาการติดยาด้วยวิธีการดื่มสมุนไพรแก้กษัยทุกครั้งที่มี อาการอยากยา ปรากฏว่าเพียง 10 วัน เด็กหนุ่มคนนี้ก็หายจากอาการติดยา และกลายเป็นเด็กที่น่ารักช่วยเหลืองานตำรวจอย่างดี" ร.ต.ต.สมบุญ บอกด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

              ร.ต.ต.สมบุญ เล่าว่า หลังเข้ามาทำหน้าที่ตำรวจผู้รับใช้ชุมชนที่บ้านยางหัวลม ได้รับการร้องขอจากชาวบ้านในพื้นที่ให้ช่วยแก้ปัญหาการติดยาเสพติดซึ่งกำลัง แพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่น "นายเอ" เป็นหนึ่งในวัยรุ่นที่หลงผิดเสพยาบ้าตามเพื่อน เที่ยวเตร่ไม่สนใจการเรียนและนำเงินค่าขนมที่ได้จากพ่อและแม่ไปมั่วสุมเสพยา พ่อและแม่จึงร้องขอให้ช่วยบำบัดอาการติดยา ซึ่งตัวเขาก็ยินยอมจึงให้กินยาแก้กษัยทุกครั้งที่มีอาการอยากยา ตามตำรับยาโบราณอายุกว่า 150 ปีที่ได้รับมอบต่อมาจากคุณตา ซึ่งเป็นหมอยาโบราณ ยาดังกล่าวมีสรรพคุณในการช่วยถ่ายท้อง จนลืมอาการอยากยา ทำเช่นนี้อยู่นาน 10 วัน ก็จะไม่มีอาการอยากยาอีกเลย

              ขณะที่ "นายเอ" ยอมรับว่า วันแรกๆ ที่เข้ารับการบำบัดทุกครั้งที่มีอาการอยากยาจะมีอาการทุรนทุราย แต่พอกินยาแก้กษัยตามที่ ร.ต.ต.สมบุญ ให้กิน จะรู้สึกปวดท้องเข้าห้องน้ำจนลืมอาการอยากยา ทำเช่นนี้ซ้ำกระทั่งอาการอยากยาหายไป
 
              "ผมสงสารแม่ จึงตัดสินใจเข้ารับการบำบัดอาการติดยากับตำรวจทางหลวงที่เข้ามาทำโครงการ ตำรวจผู้รับใช้ชุมชนในพื้นที่ เพราะรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ รู้สึกเป็นมิตร ไม่ได้คิดจับผมดำเนินคดี เขาช่วยบำบัดให้ผมหายจากการติดยา เหมือนทำให้ผมได้ชีวิตใหม่ แล้วผมจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกและพร้อมจะช่วยงานตำรวจผู้รับใช้ ชุมชนเต็มที่เท่าที่ผมจะทำได้" นายเอ บอกถึงความตั้งใจ

              ขณะที่ นางสายฝน มารดาของนายเอ กล่าวยอมรับทั้งน้ำตาด้วยความปลาบปลื้มว่า ต้องขอบคุณตำรวจทางหลวงที่เข้ามาทำโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชนในพื้นที่บ้าน ยางหัวลม ไม่เช่นนั้นไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร ที่ผ่านมาเกิดความทุกข์ เพราะลูกชายติดยาบ้าจนต้องเลิกเรียนกลางคัน แต่พอตำรวจทางหลวงช่วยเหลือโดยนำตัวมาพักอาศัยด้วยพร้อมทั้งบำบัดอาการติดยา เพียง 10 วัน บุตรชายก็กลายเป็นคนละคน จากที่เคยก้าวร้าวไม่เอางานเอาการกลับกลายเป็นคนใจเย็นขึ้นและช่วยเหลืองาน ของตำรวจอย่างเต็มที่ เห็นแล้วหายห่วง

              ด้าน นายชัยอนุชิต ม่วงน้อยเจริญ นายกอบต.วังชมพู ยอมรับว่า นับตั้งแต่ตำรวจทางหลวงนำแนวคิดตำรวจผู้รับใช้ชุมชนเข้ามาปฏิบัติในพื้นที่ บ้านยางหัวลม สร้างความยินดีให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่มาก เนื่องจากตำรวจเข้ามาอยู่กับชาวบ้านในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เข้ามาสอบถามสารทุกข์สุกดิบ รวมทั้งช่วยเหลือในทุกๆ เรื่องที่เป็นปัญหาเดือดร้อนของชาวบ้าน ทั้งนี้ ปัญหาการติดยาเสพติดของกลุ่มวัยรุ่นเป็นปัญหาที่หมักหมมมานาน เมื่อตำรวจเข้ามาช่วยในการบำบัดรักษาให้ก็ถือเป็นเรื่องดี หลังจากนี้คงมีเยาวชนอีกหลายคนที่พร้อมเข้ารับการบำบัดอาการติดยากับตำรวจ และคิดว่าตำรวจนำแนวคิดตำรวจผู้รับใช้ชุมชนมาใช้ เป็นการเดินถูกทางแล้ว และอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำกันจริงจังในทุกพื้นที่

              พ.ต.อ.ไพรัช พุกเจริญ ผกก.1 บก.ทล. ให้ข้อมูลว่า ปัญหาส่วนหนึ่งที่ทำให้การบำบัดยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนไม่ได้ผล คือเมื่อหายจากการติดยาแล้วผู้เสพต้องกลับเข้าสู่สภาวะสังคมเดิมๆ ซึ่งอาจทำให้เยาวชนกลับเข้ากลุ่มเสพยาอีก หลังจากนี้ตำรวจผู้รับใช้ชุมชนจะเข้าไปประสานกับคนในชุมชนเพื่อแก้ปัญหานี้

              ด้าน พ.ต.ท.วรวุฒิ คุณะเกษม รองผกก.5 บก.ป. เป็นตัวแทน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. เดินทางไปติดตามความคืบหน้าการนำทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชนไปใช้ในพื้นที่ บ้านยางหัวลมของตำรวจทางหลวงเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ดีใจที่ได้เห็นตำรวจผู้รับใช้ชุมชนสามารถทำให้เยาวชนหายจากการติดยาเสพติด และสามารถช่วยให้กลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข หลังจากนี้คงมีการสานต่อขยายผลช่วยเหลือให้เยาวชนที่ติดยาเสพติดรายอื่นได้ รับการบำบัดและหวังว่าหลังจากนี้ปัญหาการติดยาเสพติดของกลุมวัยรุ่นในชุมชน แห่งนี้จะหมดไปโดยเร็ว

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

"ตำรวจ" พร้อมรับน้ำท่วม


พร้อมรับน้ำท่วม

จากคอลัมน์สหบาท หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/column/region/policeshine/296180

ยังผวากันถ้วนหน้าว่า มหาอุทกภัยครั้งใหญ่เหมือนปีก่อน จะกลับมาเยือนอีกหรือไม่

ปีนี้ องค์กรตำรวจ ถึงเริ่มตื่นตัวคึกคักพอสมควร ประเดิมด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.จับมือ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์จัดนักโทษชั้นดีระดมช่วยกันลอกท่อระบายน้ำทั่วกรุงป้องกัน น้ำท่วมขัง

นำเอาปัญหาปีที่ผ่านมาเป็นบทเรียนปรับปรุงแก้ไข

ส่วน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. นำร่องโครงการ ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน กำชับ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน. หน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินทางน้ำ เตรียมแผนรับมือโดยใช้ “โมเดล” เมื่อปี 2554 เป็นต้นแบบ

ตั้งศูนย์ “ศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย กองบังคับการตำรวจน้ำส่วนหน้า” ที่ห้างสรรพสินค้า อยุธยาปาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา

นอกจากนี้ ยังมี “แผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ กรณีเกิดอุทกภัยและวาตภัยทางน้ำ” (ศภน.รน.55) จัดกำลังเป็นโซน แบ่งเป็น 8 เขต ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ กำหนดให้แต่ละกองกำกับรับผิดชอบแผนพร้อมสำหรับค้นหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำในทุกพื้นที่เสี่ยงที่จะมีฝนตกหนักบริเวณ กว้างจนเป็นเหตุให้มีน้ำป่าไหลหลาก

มีอาสาสมัครสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรมและชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วทางน้ำ อีก 58 คน ที่ล้วนผ่านการอบรม และผ่านการ ฝึกภาคปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ การช่วยชีวิต วิธีการปฐมพยาบาล และการขนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บคอยออกช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำหรับกำลังพลและอุปกรณ์ ในแต่ละพื้นที่จะใช้ชุดปฏิบัติการใต้น้ำ 90 นาย เรือยาง 20 ลำ รถบรรทุกใหญ่ 3 คัน รถปิกอัพ 10 คัน และเสื้อชูชีพ 1,000 ตัว สามารถปรับการใช้งานให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

ชาวบ้านที่เดือดร้อนสามารถขอความช่วยเหลือที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2384-2342 หรือสายด่วน 1196 ตลอด 24 ชั่วโมง

ตำรวจน้ำพร้อมเดินทางไปรับใช้ให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

จะได้ไม่มีข้อครหาว่า ฝนตกน้ำท่วมทีไร ตำรวจหายตัวทุกที.


สหบาท

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.บรรยายพิเศษทฤษฎีตร.ผู้รับใช้ชุมชน

ผบช.ก.บรรยายพิเศษทฤษฎีตร.ผู้รับใช้ชุมชน

 
วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2555 เวลา 16:30 น.

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ได้เดินทางไปบรรยายเรื่องทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน หรือ Community Policing ในการประชุมประจำปีของ UNODC (สำนักงานปราบปรามยาเสพติดและป้องกันอาชญากรรม ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก) ณ ศูนย์การประชุม องค์การสหประชาชาติ โดยมีผู้บริหารของ UNODC ให้การตอบรับ
สืบเนื่องจาก องค์การสหประชาชาติ โดย UNODC  ได้ติดตามการทำงานของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์  ที่ได้นำทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน มาใช้ในประเทศไทย โดยเห็นว่า กำลังเดินมาถูกทาง จึงได้ประสานความร่วมมือเพื่อป้องกันปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในภูมิภาค นี้ ซึ่ง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์  ได้นำทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชนเป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมโครงการ  ขณะนี้ UNODC อยู่ระหว่างผลักดัน ให้ความรู้เรื่องทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชนให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งใน UNODC เองและหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ลาว กัมพูชา เวียดนาม

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ได้กล่าวถึงทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชนว่า เป็นทฤษฎีที่พัฒนาขึ้นภายใต้ความเชื่อว่าความร่วมมือของตำรวจและสุจริตชนใน ชุมชน จะสามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมส่วนใหญ่ได้ จุดเด่นของตำรวจผู้รับใช้ชุมชนคือ การเข้าไปฝังตัวเพื่อรับใช้ให้บริการประชาชน จนกระทั่งประชาชนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ตำรวจกับประชาชนไม่หวาดระแวงซึ่งกันและกัน จากนั้นจึงร่วมมือกันแก้ปัญหาให้ชุมชน ท้ายสุดอาชญากรรมก็จะค่อยๆ ลดลงเอง

ผบช.ก. กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ได้พิสูจน์มาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศเพื่อนบ้านในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีการนำมาใช้แล้วหลายประเทศและสามารถลดอาชญากรรมได้ เช่น ในมาเลเซีย สามารถลดอาชญากรรมได้ 60% ในประเทศสิงคโปร์ ไม่มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นในเขตรับผิดชอบเป็นเวลาประมาณ 2 ปีแล้ว ในขณะที่สถิติอาชญากรรมของประเทศไทยสูงขึ้นทุกปีและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงพยายามผลักดันให้นำมาใช้ในประเทศไทย ปัจจุบัน บช.ก. ได้ดำเนินการทั่วประเทศกว่า 150 ชุมชน ผลสำรวจยืนยันว่าประชาชนพึงพอใจและอาชญากรรมในชุมชนส่วนใหญ่ลดลง  เชื่อว่าหากขยายผลไปใช้ทั่วประเทศ ก็จะช่วยให้อาชญากรรมในประเทศไทยลดลงได้

ขอบคุณข่าวจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ครับ